“การยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย” ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อพิการ แต่ต้องมีความคุ้มครองในสัญญาหรือสัญญาเพิ่มเติม และต้องเข้าเกณฑ์ “ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” ตามนิยามและเงื่อนไขของกรมธรรม์ฉบับนั้น ๆ ทั้งนี้ คปภ. มีแบบและข้อความมาตรฐาน/หลักเกณฑ์สำหรับสัญญาเพิ่มเติมและกำหนดให้รายละเอียดความคุ้มครองเป็นไปตามข้อสัญญาที่ได้รับความเห็นชอบ

ขอยกเว้นการส่งเบี้ยประกัน เมื่อกรณีทุพพลภาพ (พิการ) คืออะไร?

“ถ้าวันหนึ่งเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยจนพิการ แล้วไม่มีรายได้ จะยังต้องส่งเบี้ยประกันต่อหรือไม่?”

คำถามนี้มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว เพราะหากเกิด ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาและดูแลตัวเองแล้ว รายได้จากการทำงานก็อาจลดลงหรือหยุดลง แต่ภาระค่าเบี้ยประกันอาจยังคงมีอยู่

จึงมีความคุ้มครองประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “การยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย” หรือที่ในตลาดมักเรียกกันว่า WP (Waiver of Premium)

หลักการสำคัญคือ หากผู้เอาประกันภัยมีสัญญาเพิ่มเติมประเภทนี้และเกิดเหตุเข้าเกณฑ์ตามที่กำหนด บริษัทอาจ ยกเว้นเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระตามเงื่อนไข โดยกรมธรรม์หลักสามารถเดินหน้าต่อได้ตามเงื่อนไขของสัญญา ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายเงินก้อนให้ผู้เอาประกันภัยโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น “ยกเว้นเบี้ย” กับ “จ่ายเงินกรณีทุพพลภาพ” เป็นคนละสิทธิประโยชน์ และต้องตรวจสอบว่ากรมธรรม์ของคุณมีความคุ้มครองประเภทใดอยู่บ้าง


การยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย คืออะไร?

การยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย คือความคุ้มครองที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัย ไม่ต้องรับภาระชำระเบี้ยบางส่วนหรือทั้งหมดตามที่สัญญาระบุ เมื่อเกิดเหตุที่เข้าเกณฑ์ความคุ้มครอง เช่น ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

ตัวอย่างเช่น

เดิมต้องจ่ายเบี้ยประกันปีละ 50,000 บาท

ต่อมาผู้เอาประกันภัยเข้าเกณฑ์ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงตามสัญญา

หากสัญญาเพิ่มเติมกำหนดให้ยกเว้นเบี้ยของกรมธรรม์หลัก ผู้เอาประกันภัยอาจได้รับการยกเว้นการชำระเบี้ยในส่วนที่ความคุ้มครองกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องหาเงิน 50,000 บาทต่อปีมาจ่ายเอง

แต่ กรมธรรม์ยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไข ไม่ใช่การยกเลิกกรมธรรม์หรือคืนเบี้ยที่จ่ายไปแล้ว


“พิการ” กับ “ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” เหมือนกันหรือไม่?

ไม่ควรถือว่าเป็นคำเดียวกัน

คำว่า “พิการ” ในชีวิตประจำวันมีความหมายกว้างมาก แต่ในการประกันภัย สิ่งสำคัญคือ นิยามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ในเอกสารของ คปภ. ที่เกี่ยวกับการประกันภัย มีการใช้นิยาม “ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” ในลักษณะที่หมายถึงการทุพพลภาพถึงขนาด ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใด ๆ ในอาชีพประจำและอาชีพอื่นได้โดยสิ้นเชิงตลอดไป ในสัญญาที่ใช้ถ้อยคำตามนิยามดังกล่าว

ดังนั้น การมีความพิการหรือสูญเสียสมรรถภาพบางส่วน ไม่ได้แปลว่าจะเข้าเกณฑ์ยกเว้นเบี้ยโดยอัตโนมัติ

ต้องดูนิยามที่ใช้ในสัญญาเพิ่มเติมของคุณว่า กำหนดไว้อย่างไร เช่น ต้องทุพพลภาพต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งหรือเข้าเงื่อนไขการสูญเสียอวัยวะตามที่ระบุไว้หรือไม่


ต้องพิการแบบไหนถึงขอยกเว้นเบี้ยได้?

จุดนี้ต้องระวังมากที่สุด เพราะ ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกกรมธรรม์

สัญญาเพิ่มเติมบางแบบอาจกำหนดให้การทุพพลภาพต้องต่อเนื่องเป็นระยะเวลา เช่น 180 วัน และบางแบบอาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการสูญเสียอวัยวะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพเพิ่มเติม

ตัวอย่างสัญญาความคุ้มครองของบริษัทประกันที่ใช้งานอยู่ในตลาดปัจจุบันกำหนดเงื่อนไขทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงไว้ที่การทุพพลภาพต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 180 วัน ขณะที่รายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกัน

จึงไม่ควรใช้ข้อความว่า

“พิการแล้วไม่ต้องจ่ายเบี้ย”

แบบเหมารวม

การสื่อสารที่แม่นยำกว่าคือ

“หากมีสัญญาเพิ่มเติมการยกเว้นชำระเบี้ยและทุพพลภาพเข้าเกณฑ์ตามกรมธรรม์ อาจได้รับสิทธิยกเว้นเบี้ยตามเงื่อนไข”


การยกเว้นเบี้ยประกัน ต้องซื้อเพิ่มหรือมีให้ทุกกรมธรรม์?

โดยทั่วไป ความคุ้มครองประเภท ยกเว้นเบี้ยจากทุพพลภาพ มักอยู่ในรูปของ สัญญาเพิ่มเติม หรือสิทธิประโยชน์ที่ผูกกับผลิตภัณฑ์บางแบบ ไม่ควรสมมติว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตทุกฉบับมีสิทธินี้

ตัวอย่างข้อมูลจากบริษัทประกันในตลาดระบุชัดว่า WP เป็นสัญญาเพิ่มเติม และรายละเอียดการคุ้มครองแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์

ดังนั้น หากถือกรมธรรม์อยู่แล้ว ควรตรวจสอบว่าในกรมธรรม์มีรายการประเภท

WP / Waiver of Premium / ยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัย / ผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย

หรือไม่


FutureCareTHแนะ หากเข้าเกณฑ์แล้ว จะยกเว้นเบี้ยทั้งหมดหรือไม่?

ต้องดูข้อความในสัญญาเพิ่มเติม

เพราะแต่ละแบบอาจกำหนดว่า

  • ยกเว้นเฉพาะเบี้ยกรมธรรม์หลัก
  • ยกเว้นเบี้ยของสัญญาเพิ่มเติมบางรายการ
  • ยกเว้นตราบเท่าที่ยังทุพพลภาพ
  • ยกเว้นจนถึงวันครบกำหนดที่กำหนด
  • มีอายุสูงสุดของการคุ้มครอง

ตัวอย่างหนึ่งในตลาดระบุว่า เมื่อผู้เอาประกันภัยตกเป็นบุคคลทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร บริษัทจะยกเว้นเบี้ยของกรมธรรม์หลักและบางสัญญาเพิ่มเติมตามเงื่อนไข และคุ้มครองตามช่วงเวลาที่กำหนด

ดังนั้นคำว่า “ยกเว้นเบี้ย” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องจ่ายทุกกรมธรรม์ไปตลอดชีวิต”

ยกเว้นเบี้ย กับ รับเงินก้อนกรณีทุพพลภาพ ต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นอีกเรื่องที่คนมักสับสน

ประเด็น ยกเว้นการชำระเบี้ย ผลประโยชน์ทุพพลภาพ
วัตถุประสงค์ ลดหรือยกเว้นภาระค่าเบี้ย จ่ายเงินเมื่อเข้าเกณฑ์ทุพพลภาพ
สิ่งที่ได้รับ สิทธิไม่ต้องชำระเบี้ยตามเงื่อนไข เงินผลประโยชน์ตามจำนวนที่ระบุ
กรมธรรม์หลัก อาจคงอยู่ตามเงื่อนไข อาจคงอยู่หรือสิ้นสุด ขึ้นกับแบบ
ต้องมีสัญญาเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องตรวจสอบ ต้องตรวจสอบ
ทุพพลภาพต้องเข้าเกณฑ์หรือไม่ ต้องเข้าเกณฑ์ตามสัญญา ต้องเข้าเกณฑ์ตามสัญญา

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในตลาดแสดงให้เห็นว่า “ความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” กับ “ผลประโยชน์ยกเว้นเบี้ยประกันภัย” สามารถเป็นคนละสัญญาหรือคนละสิทธิประโยชน์ได้


ถ้าเกิดพิการแล้ว ต้องทำอย่างไรเพื่อขอใช้สิทธิ?

ไม่ควรหยุดส่งเบี้ยด้วยตัวเองทันทีโดยคิดว่าบริษัทจะยกเว้นให้โดยอัตโนมัติ

โดยทั่วไปควรดำเนินการเป็นลำดับดังนี้

1. ตรวจสอบกรมธรรม์

ดูว่ามีสัญญาเพิ่มเติมยกเว้นการชำระเบี้ยหรือไม่

2. ตรวจสอบนิยามทุพพลภาพ

อ่านเงื่อนไขว่าต้องเป็นทุพพลภาพในลักษณะใด และต้องต่อเนื่องนานเท่าไร

3. เตรียมเอกสารทางการแพทย์

เอกสารที่บริษัทอาจขอ เช่น ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา หรือเอกสารประกอบอื่น ตามเงื่อนไขการเรียกร้องของบริษัท

ตัวอย่างขั้นตอนของบริษัทประกันบางแห่งกำหนดให้ยื่นใบแสดงความเห็นแพทย์และประวัติการรักษาเพื่อใช้พิจารณาการยกเว้นเบี้ยกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

4. ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ

ยื่นเอกสารตามช่องทางที่บริษัทกำหนด เพื่อให้บริษัทพิจารณาว่าเข้าเกณฑ์ตามสัญญาหรือไม่

5. รอผลการพิจารณา

การเป็นผู้พิการหรือมีใบรับรองจากหน่วยงานอื่น ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านเงื่อนไขประกันโดยอัตโนมัติ เพราะบริษัทต้องพิจารณาตามนิยามและเงื่อนไขในสัญญาประกันภัย


ถ้าทุพพลภาพชั่วคราว ได้ยกเว้นเบี้ยไหม?

ไม่จำเป็นต้องได้

คำว่า “ทุพพลภาพชั่วคราว” กับ “ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” เป็นคนละกรณี

ความคุ้มครองยกเว้นเบี้ยบางแบบกำหนดเฉพาะ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง เท่านั้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์บางประเภทอาจมีความคุ้มครองทุพพลภาพชั่วคราวแยกต่างหาก

ดังนั้นต้องดูข้อความในสัญญาว่าให้ความคุ้มครองกรณีใด

อย่านำคำว่า “พิการ” หรือ “ทุพพลภาพ” มาใช้แทนกันโดยไม่ดูนิยาม


ถ้าเกิดจากอุบัติเหตุเท่านั้นหรือโรคก็ได้?

ขึ้นอยู่กับสัญญาเพิ่มเติม

บางผลิตภัณฑ์ให้ความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากทั้ง อุบัติเหตุและการเจ็บป่วย ขณะที่ความคุ้มครองบางประเภทอาจจำกัดสาเหตุไว้เฉพาะกรณีที่กำหนด

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ปัจจุบันบางรายการระบุความคุ้มครองทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงทั้งกรณีอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย

ดังนั้นก่อนเคลมควรดูว่าเงื่อนไขของกรมธรรม์ครอบคลุม สาเหตุของการทุพพลภาพ ในกรณีของคุณหรือไม่


ถ้าได้รับการยกเว้นเบี้ยแล้ว กรมธรรม์ยังเหมือนเดิมหรือไม่?

ในสัญญาประเภทที่ออกแบบให้ “ยกเว้นเบี้ย” โดยคงกรมธรรม์หลักไว้ สิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์หลักอาจยังคงอยู่ตามเงื่อนไข แม้ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องชำระเบี้ยในส่วนที่ได้รับยกเว้น

มีผลิตภัณฑ์ในตลาดที่ระบุว่าการยกเว้นเบี้ยจะไม่ทำให้มูลค่ากรมธรรม์ลดลง และยังคงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์หลักตามเงื่อนไข

แต่ ไม่ควรนำหลักการนี้ไปใช้กับทุกกรมธรรม์ เพราะรายละเอียดของผลประโยชน์อาจแตกต่างกัน


ถ้ามีประกันหลายฉบับ จะยกเว้นเบี้ยทุกฉบับหรือไม่?

ไม่เสมอไป

ต้องตรวจสอบเป็นรายกรมธรรม์ว่า

ฉบับที่ 1 มี WP หรือไม่?

ฉบับที่ 2 มี WP หรือไม่?

แต่ละฉบับกำหนดนิยามทุพพลภาพเหมือนกันหรือไม่?

ความคุ้มครองสิ้นสุดเมื่ออายุเท่าไร?

ยกเว้นเบี้ยส่วนใดบ้าง?

การมีสิทธิในกรมธรรม์หนึ่ง จึงไม่ได้ทำให้กรมธรรม์อื่นได้รับสิทธิอัตโนมัติ


เปรียบเทียบทางเลือก เมื่อเกิดปัญหาส่งเบี้ยไม่ไหวจากทุพพลภาพ

หากเกิดเหตุทุพพลภาพและมีปัญหาเรื่องรายได้ ทางเลือกที่ควรนำมาพิจารณาอาจมีหลายรูปแบบ

ทางเลือก สิ่งที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป จุดที่ควรดู
ใช้สิทธิยกเว้นเบี้ย ไม่ต้องจ่ายเบี้ยที่เข้าเงื่อนไข ต้องมีความคุ้มครอง WP และเข้าเกณฑ์
เคลมผลประโยชน์ทุพพลภาพ รับเงินตามสิทธิในสัญญา จำนวนเงินและเงื่อนไขการจ่าย
ลดทุนประกัน ลดความคุ้มครองเพื่อลดภาระเบี้ย ความคุ้มครองหลังลด
ใช้เงินสำเร็จ หยุดจ่ายเบี้ยและลดทุนตามเงื่อนไข มูลค่าความคุ้มครองที่เหลือ
เวนคืน ยุติกรมธรรม์และรับมูลค่าเวนคืน สูญเสียความคุ้มครองเดิม

ไม่มีทางเลือกใดเหมาะกับทุกคน ต้องดูสถานะกรมธรรม์จริงและสถานะทางการเงินประกอบกัน


เรื่องสำคัญ: อย่าหยุดส่งเบี้ยก่อนตรวจสอบสิทธิ

หากสงสัยว่าตัวเองเข้าเกณฑ์ทุพพลภาพและมีสิทธิยกเว้นเบี้ย สิ่งที่ควรทำคือ ติดต่อบริษัทประกันโดยเร็ว

ไม่ควรตัดสินใจหยุดจ่ายเบี้ยเองโดยไม่สอบถาม เพราะการไม่ชำระเบี้ยภายในกำหนดอาจมีผลต่อสถานะของกรมธรรม์หรือสัญญาเพิ่มเติมตามเงื่อนไข

ตัวอย่างข้อความในสัญญาเพิ่มเติมที่ได้รับความเห็นชอบโดย คปภ. แสดงให้เห็นว่าสัญญาเพิ่มเติมอาจสิ้นผลตามเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การไม่ชำระเบี้ยภายในระยะเวลาผ่อนผัน หรือเมื่อกรมธรรม์หลักสิ้นผลบังคับ ทั้งนี้ต้องดูข้อความของสัญญาแต่ละฉบับ


7 คำถามที่FutureCareTHหามาให้ดู ควรเช็กในกรมธรรม์ของตัวเอง

หากต้องการรู้ว่าเมื่อเกิดทุพพลภาพแล้วจะได้รับสิทธิยกเว้นเบี้ยหรือไม่ ลองเช็ก 7 ข้อนี้

1. ในกรมธรรม์มีสัญญาเพิ่มเติม WP หรือไม่?

2. นิยาม “ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง” ระบุไว้อย่างไร?

3. ต้องทุพพลภาพต่อเนื่องกี่วัน?

4. คุ้มครองจากอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย หรือทั้งสองกรณี?

5. ยกเว้นเบี้ยของกรมธรรม์หลักหรือรวมสัญญาเพิ่มเติมด้วย?

6. สิทธิยกเว้นเบี้ยสิ้นสุดเมื่อใด?

7. ต้องใช้เอกสารอะไรในการยื่นเคลม?

การตอบคำถามเหล่านี้จากกรมธรรม์จริง จะช่วยลดความเข้าใจผิดได้มากกว่าการดูเพียงคำว่า “มีประกันทุพพลภาพ”


ตัวอย่างสถานการณ์เพื่อให้เห็นภาพ

สมมติคุณมีประกันชีวิต

เบี้ยกรมธรรม์หลัก 40,000 บาท/ปี

และมีสัญญาเพิ่มเติมยกเว้นเบี้ยกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

ต่อมาประสบอุบัติเหตุจนเข้าเกณฑ์ทุพพลภาพตามสัญญา และผ่านการพิจารณาสินไหมของบริษัท

หากสัญญาระบุว่ายกเว้นเบี้ยกรมธรรม์หลัก ผู้เอาประกันภัยอาจได้รับสิทธิ ไม่ต้องชำระเบี้ย 40,000 บาทต่อปีในช่วงเวลาที่เข้าเงื่อนไข ขณะที่กรมธรรม์หลักยังคงความคุ้มครองตามข้อกำหนด

แต่ถ้ากรมธรรม์ไม่ได้แนบสัญญาเพิ่มเติมนี้ หรือกรณีทุพพลภาพไม่เข้าเกณฑ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิเหมือนตัวอย่าง


สรุป ขอยกเว้นการส่งเบี้ยประกันเมื่อทุพพลภาพ คืออะไร?

การยกเว้นการชำระเบี้ยประกันภัยเมื่อทุพพลภาพ คือความคุ้มครองที่ช่วยลดภาระค่าเบี้ย เมื่อผู้เอาประกันภัยเกิดเหตุที่เข้าเกณฑ์ตามสัญญา โดยมักเกี่ยวข้องกับกรณี ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง

แต่หัวใจสำคัญคือ

“พิการ” ไม่ได้เท่ากับ “เข้าเกณฑ์ยกเว้นเบี้ย” โดยอัตโนมัติ

ต้องดูว่าในกรมธรรม์มีความคุ้มครองประเภทนี้หรือไม่ และต้องตรวจสอบ นิยามทุพพลภาพ ระยะเวลาที่กำหนด สาเหตุของการทุพพลภาพ เอกสาร และเงื่อนไขการเรียกร้องสินไหม ให้ครบถ้วน

หลักของ คปภ. ให้ความสำคัญกับข้อความและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาประกันภัยและสัญญาเพิ่มเติม ดังนั้นจึงควรยึด กรมธรรม์ฉบับจริงที่ได้รับอนุมัติ เป็นหลัก ไม่ควรใช้คำโฆษณาหรือความเข้าใจทั่วไปแทนเงื่อนไขของสัญญา

FutureCareTHขอคำแนะนำก่อนใช้สิทธิ

หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเผชิญภาวะทุพพลภาพ และไม่แน่ใจว่า กรมธรรม์ที่มีอยู่สามารถขอยกเว้นการส่งเบี้ยได้หรือไม่

สามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำในการตรวจสอบกรมธรรม์ โดยพิจารณา สัญญาหลัก + สัญญาเพิ่มเติม + นิยามทุพพลภาพ + ระยะเวลาที่กำหนด + เอกสารที่ใช้เคลม ก่อนดำเนินการ

เพราะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงรู้ว่า “มีประกันหรือไม่” แต่ต้องรู้ด้วยว่า “กรมธรรม์ของเราคุ้มครองอะไร และใช้สิทธิอย่างไร”