“ประกัน” หรือ “การลงทุน” อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มีผลิตภัณฑ์ที่นำทั้งสองแนวคิดมารวมกัน นั่นคือ Unit-Linked หรือประกันชีวิตควบการลงทุน

จุดเด่นของ Unit-Linked คือ ผู้เอาประกันสามารถได้รับความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการนำเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนในกองทุนที่เลือกตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน

Unit-Linked คืออะไร?

Unit-Linked หรือ ประกันชีวิตควบการลงทุน คือผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่รวม 2 ส่วนสำคัญเข้าด้วยกัน ได้แก่

  1. ความคุ้มครองชีวิต
  2. ส่วนของการลงทุน

เมื่อผู้เอาประกันชำระเบี้ย เงินจะถูกจัดสรรตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยส่วนหนึ่งนำไปเป็นค่าใช้จ่ายและความคุ้มครอง ส่วนที่เหลือจึงนำไปจัดสรรเข้ากองทุนที่ผู้เอาประกันเลือก

ดังนั้น Unit-Linked จึงไม่ได้มีลักษณะเหมือนการฝากเงินกับบริษัทประกัน และไม่ได้หมายความว่าเบี้ยที่จ่ายทั้งหมดจะถูกนำไปลงทุน

โครงสร้างโดยทั่วไปสามารถอธิบายง่าย ๆ ได้ว่า

เบี้ยประกัน
↓
หักค่าใช้จ่ายและส่วนที่เกี่ยวข้องตามกรมธรรม์
↓
เงินส่วนที่เหลือจัดสรรเข้ากองทุน
↓
มูลค่าหน่วยลงทุนเปลี่ยนแปลงตามผลการลงทุน

รายละเอียดจริงแตกต่างกันไปตามแบบประกันและบริษัท ดังนั้นควรอ่านเงื่อนไขของกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจ


Unit-Linked ต่างจากประกันชีวิตทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างที่สำคัญอยู่ที่ ส่วนของการลงทุนและความเสี่ยง

ประกันชีวิตแบบดั้งเดิมหลายประเภทจะกำหนดผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น จำนวนเงินเอาประกัน เงินคืน หรือเงินครบกำหนด

แต่ Unit-Linked จะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับมูลค่าหน่วยลงทุน ทำให้มูลค่าบัญชีกรมธรรม์สามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้

ประเด็น Unit-Linked ประกันชีวิตแบบดั้งเดิม
ความคุ้มครองชีวิต มี มี
การลงทุน มีส่วนลงทุน ขึ้นกับประเภทกรมธรรม์
มูลค่าการลงทุน เปลี่ยนแปลงตามกองทุน โดยทั่วไปไม่ได้ผูกกับราคาหน่วยลงทุนโดยตรง
ความเสี่ยงจากตลาด มี ขึ้นกับแบบประกัน
การเลือกกองทุน โดยทั่วไปมีตัวเลือกตามแบบผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปไม่มีในลักษณะเดียวกัน
ผลตอบแทน ไม่ได้การันตีจากการลงทุน ผลประโยชน์ขึ้นกับเงื่อนไขของกรมธรรม์
การบริหารการลงทุน ผู้เอาประกันมีส่วนเลือกตามตัวเลือกที่กำหนด บริษัทประกันบริหารตามโครงสร้างของผลิตภัณฑ์

ดังนั้นจึงไม่ควรเปรียบเทียบเพียงว่า “แบบไหนให้ผลตอบแทนมากกว่า” แต่ควรดูว่า เป้าหมายทางการเงิน ความต้องการความคุ้มครอง และระดับความเสี่ยงที่รับได้ แตกต่างกันอย่างไร


Unit-Linked เสี่ยงไหม?

มีความเสี่ยงครับ

เนื่องจาก Unit-Linked มีส่วนของการลงทุน มูลค่าของหน่วยลงทุนจึงสามารถปรับขึ้นหรือลงตามสินทรัพย์และกองทุนที่เลือก

ตัวอย่างเช่น หากนำเงินส่วนลงทุนไปลงทุนในกองทุนที่มีหุ้นเป็นองค์ประกอบสำคัญ เมื่อภาวะตลาดหุ้นปรับตัวลดลง มูลค่าหน่วยลงทุนก็อาจลดลงตามไปด้วย

ในทางกลับกัน หากสินทรัพย์ที่กองทุนลงทุนมีผลการดำเนินงานดี มูลค่าการลงทุนก็อาจเพิ่มขึ้น

สิ่งสำคัญคือ

Unit-Linked ไม่ใช่เงินฝาก และส่วนลงทุนไม่ได้มีผลตอบแทนที่รับประกันเหมือนดอกเบี้ยเงินฝาก

ดังนั้นก่อนซื้อควรเข้าใจระดับความเสี่ยงของกองทุนแต่ละกองอย่างชัดเจน


ความเสี่ยงของ Unit-Linked มีอะไรบ้าง?

1. ความเสี่ยงจากการลงทุน

เป็นความเสี่ยงหลักที่ควรทำความเข้าใจ

หากกองทุนที่เลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง มูลค่าหน่วยลงทุนก็อาจปรับตัวขึ้นลงมากกว่ากองทุนที่มีสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำกว่า

ดังนั้นการเลือกกองทุนควรสอดคล้องกับ

  • เป้าหมายการลงทุน
  • ระยะเวลาการลงทุน
  • ความสามารถในการรับความผันผวน
  • ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

2. ความเสี่ยงจากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต

การเห็นกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ดีในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ควรตีความว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับเดียวกันตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์


3. ความเสี่ยงจากค่าใช้จ่าย

Unit-Linked มีค่าใช้จ่ายหลายประเภทตามโครงสร้างของกรมธรรม์ เช่น ค่าใช้จ่ายในการบริหารกรมธรรม์ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับความคุ้มครอง และค่าใช้จ่ายของกองทุน เป็นต้น

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สามารถส่งผลต่อมูลค่าบัญชีกรมธรรม์ในระยะยาว

จึงควรดู ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่ดูเฉพาะผลตอบแทนของกองทุน


4. ความเสี่ยงจากการหยุดจ่ายเบี้ยหรือถอนเงิน

การถอนเงินหรือยกเลิกกรมธรรม์ก่อนเวลาที่เหมาะสม อาจส่งผลต่อความคุ้มครองและมูลค่าที่ได้รับ

ในบางกรณี หากมูลค่าบัญชีลดลงอย่างมากและไม่มีการชำระเบี้ยเพิ่มเติมเพียงพอ อาจมีผลต่อการคงอยู่ของกรมธรรม์ตามเงื่อนไข

ดังนั้นควรศึกษากฎเกี่ยวกับการถอนเงิน การเวนคืน และการชำระเบี้ยของกรมธรรม์นั้น ๆ ให้ละเอียด


จุดเด่นของ Unit-Linked คืออะไร?

1. ได้ทั้งความคุ้มครองและการลงทุน

ผู้ที่ต้องการวางแผนทั้งเรื่องประกันชีวิตและการลงทุน อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่รวมสองส่วนนี้ไว้ด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มครองและการลงทุนยังมีหน้าที่แตกต่างกัน จึงควรพิจารณาแต่ละส่วนแยกกันด้วย


2. มีทางเลือกในการลงทุน

Unit-Linked หลายผลิตภัณฑ์มีตัวเลือกกองทุนหลากหลายระดับความเสี่ยง ทำให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกแนวทางการลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของตนเองภายใต้ตัวเลือกที่บริษัทกำหนด


3. สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตามเงื่อนไข

ผลิตภัณฑ์บางประเภทเปิดให้ผู้เอาประกันเปลี่ยนกองทุนหรือปรับสัดส่วนการลงทุนได้

ข้อดีคือ หากเป้าหมายหรือระดับความเสี่ยงที่รับได้เปลี่ยนไป ก็อาจสามารถปรับพอร์ตให้เหมาะสมขึ้นได้

แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของแต่ละกรมธรรม์ก่อน


ข้อจำกัดของ Unit-Linked ที่ควรรู้

Unit-Linked ไม่ได้มีเพียงข้อดี และผู้ซื้อควรเข้าใจข้อจำกัดก่อนตัดสินใจ

มูลค่าการลงทุนไม่แน่นอน

เนื่องจากมีความเสี่ยงจากตลาด มูลค่าบัญชีอาจเพิ่มหรือลดได้

ต้องทำความเข้าใจมากกว่าประกันทั่วไป

ผู้ซื้อควรเข้าใจทั้งเรื่องประกันชีวิตและการลงทุน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะจำนวนเงินเอาประกัน

มีค่าใช้จ่ายหลายส่วน

ควรอ่านรายละเอียดค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะค่าใช้จ่ายสามารถส่งผลต่อมูลค่าบัญชีในระยะยาว

ไม่เหมาะกับการมองผลตอบแทนระยะสั้นเพียงอย่างเดียว

Unit-Linked มักถูกนำมาใช้กับเป้าหมายระยะกลางถึงระยะยาว จึงควรพิจารณาระยะเวลาการลงทุนให้เหมาะสม


Unit-Linked กับการลงทุนโดยตรง ต่างกันอย่างไร?

อีกประเด็นที่ควรทำความเข้าใจคือ Unit-Linked ไม่ได้เท่ากับการซื้อกองทุนโดยตรง

แม้ส่วนหนึ่งของเงินจะถูกนำไปลงทุนในกองทุน แต่ Unit-Linked ยังมีโครงสร้างของประกันชีวิตและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกรมธรรม์

ประเด็น Unit-Linked ลงทุนในกองทุนโดยตรง
ประกันชีวิต มี ไม่มีโดยตัวกองทุน
การลงทุน มี มี
ความเสี่ยงจากตลาด มี มี
ค่าใช้จ่าย มีค่าใช้จ่ายของกรมธรรม์และกองทุนตามเงื่อนไข มีค่าใช้จ่ายของกองทุนและช่องทางลงทุน
การบริหาร อยู่ภายใต้เงื่อนไขกรมธรรม์ บริหารผ่านบัญชีลงทุน
เป้าหมาย ความคุ้มครอง + การลงทุน เน้นการลงทุน

ดังนั้น หากต้องการเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรม ควรเปรียบเทียบ ทั้งค่าใช้จ่าย ความคุ้มครอง ความยืดหยุ่น และความเสี่ยง ไม่ใช่ดูเพียงผลตอบแทนของการลงทุน


Unit-Linked เหมาะกับใคร?

Unit-Linked อาจเป็นทางเลือกที่ควรศึกษาเพิ่มเติมสำหรับคนที่

  • ต้องการความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการลงทุน
  • เข้าใจว่าการลงทุนมีโอกาสขาดทุน
  • สามารถรับความผันผวนของมูลค่าการลงทุนได้
  • มีเป้าหมายการเงินระยะกลางหรือระยะยาว
  • ต้องการเลือกกองทุนภายใต้ตัวเลือกของกรมธรรม์
  • มีวินัยในการวางแผนการเงินระยะยาว
  • พร้อมทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขของกรมธรรม์

ในทางกลับกัน หากผู้ซื้อ ไม่ต้องการรับความเสี่ยงจากตลาดเลย ก็ควรพิจารณาผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้มากกว่า


ก่อนซื้อ Unit-Linked ควรถามอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจ ลองใช้คำถามเหล่านี้เป็น Checklist

ด้านความคุ้มครอง

  • ต้องการทุนประกันเท่าไร?
  • ต้องการความคุ้มครองนานแค่ไหน?
  • ผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตเป็นอย่างไร?

ด้านการลงทุน

  • เงินถูกนำไปลงทุนในกองทุนอะไร?
  • กองทุนมีความเสี่ยงระดับใด?
  • สินทรัพย์หลักที่กองทุนลงทุนคืออะไร?
  • ผลตอบแทนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร?
  • สามารถเปลี่ยนกองทุนได้หรือไม่?

ด้านค่าใช้จ่าย

  • มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
  • ค่าใช้จ่ายส่วนใดหักจากมูลค่าบัญชี?
  • มีค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนกองทุนหรือไม่?
  • หากหยุดจ่ายเบี้ยจะเกิดอะไรขึ้น?

ด้านสภาพคล่อง

  • ถอนเงินได้เมื่อไร?
  • ถอนบางส่วนได้หรือไม่?
  • หากเวนคืนกรมธรรม์จะได้รับเงินเท่าไร?
  • การถอนเงินมีผลต่อความคุ้มครองหรือไม่?

ตัวอย่างสถานการณ์เพื่อทำความเข้าใจ

สมมติว่าคนหนึ่งมีเป้าหมาย 2 เรื่องพร้อมกัน

เป้าหมายที่ 1: ต้องการมีประกันชีวิตเพื่อดูแลครอบครัว

เป้าหมายที่ 2: ต้องการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตของเงิน

เขาอาจพิจารณา Unit-Linked เป็นหนึ่งในทางเลือก เพราะผลิตภัณฑ์สามารถรวมความคุ้มครองกับการลงทุนไว้ในโครงสร้างเดียวกัน

แต่หากบุคคลเดียวกันไม่สามารถรับความผันผวนของเงินลงทุนได้ หรือมีเป้าหมายที่ต้องการความแน่นอนสูง การพิจารณาประกันชีวิตประเภทอื่นร่วมกับเครื่องมือการออม/ลงทุนที่เหมาะสม อาจเป็นอีกแนวทางหนึ่ง

จึงไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน


สรุป Unit-Linked เสี่ยงไหม?

คำตอบคือ Unit-Linked มีความเสี่ยงจากการลงทุน เพราะเงินส่วนหนึ่งของเบี้ยถูกนำไปลงทุน และมูลค่าหน่วยลงทุนสามารถเพิ่มหรือลดตามผลการดำเนินงานของกองทุน

สิ่งที่แตกต่างจากประกันชีวิตทั่วไปคือ ผู้เอาประกันต้องทำความเข้าใจเรื่องการลงทุนเพิ่มเติม ทั้งระดับความเสี่ยง กองทุน ค่าใช้จ่าย และความผันผวนของมูลค่าบัญชี

ขณะเดียวกัน Unit-Linked ก็มีจุดประสงค์ที่แตกต่างจากการลงทุนโดยตรง เพราะยังมี ความคุ้มครองชีวิตตามกรมธรรม์ เข้ามาเป็นองค์ประกอบด้วย

ดังนั้น การเลือก Unit-Linked หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่น ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “ผลตอบแทนสูง” หรือ “ลดความเสี่ยง” เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาจาก

เป้าหมายทางการเงิน + ความต้องการความคุ้มครอง + ระยะเวลาการลงทุน + ความสามารถในการรับความเสี่ยง + ค่าใช้จ่าย + เงื่อนไขของกรมธรรม์

เมื่อเข้าใจองค์ประกอบเหล่านี้แล้ว ผู้ซื้อจะสามารถเปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้าน และเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับแผนการเงินของตัวเองมากขึ้น


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Unit-Linked

Unit-Linked คือประกันหรือการลงทุน?

เป็นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่มีส่วนของการลงทุนรวมอยู่ด้วย จึงมีทั้งความคุ้มครองชีวิตและส่วนที่เชื่อมโยงกับการลงทุน

Unit-Linked มีโอกาสขาดทุนไหม?

มี เนื่องจากส่วนลงทุนมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ หากกองทุนที่เลือกมีมูลค่าลดลง มูลค่าบัญชีของกรมธรรม์ก็อาจลดลงได้

Unit-Linked การันตีผลตอบแทนหรือไม่?

ส่วนลงทุนโดยทั่วไปไม่ได้การันตีผลตอบแทน ผู้เอาประกันจึงควรศึกษานโยบายการลงทุนและระดับความเสี่ยงของกองทุนที่เลือก

Unit-Linked กับประกันสะสมทรัพย์เหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน ประกันสะสมทรัพย์มีโครงสร้างผลประโยชน์ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ ขณะที่ Unit-Linked มีส่วนลงทุนที่มูลค่าสามารถเปลี่ยนแปลงตามกองทุน

Unit-Linked กับซื้อกองทุนเองต่างกันอย่างไร?

Unit-Linked มีความคุ้มครองชีวิตรวมอยู่ในกรมธรรม์ ขณะที่การซื้อกองทุนโดยตรงเป็นการลงทุนโดยไม่มีความคุ้มครองชีวิตจากกองทุนเอง

ถ้าไม่เข้าใจเรื่องการลงทุน ควรซื้อ Unit-Linked หรือไม่?

ควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจก่อน โดยเฉพาะเรื่องความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย กองทุน และผลกระทบหากมูลค่าการลงทุนลดลง เพราะ Unit-Linked ต้องอาศัยความเข้าใจทั้งด้านประกันและการลงทุน