คำถามที่คนกำลังจะทำประกันมักกังวล โดยเฉพาะเรื่อง โรคประจำตัว ประวัติการรักษา และการแถลงสุขภาพ ผมจะวางเนื้อหาให้ความรู้ พร้อมเปรียบเทียบผลที่อาจเกิดขึ้นจาก “แถลงตามความจริง” กับ “ปกปิดหรือให้ข้อมูลไม่ครบ” โดยไม่ทำให้เข้าใจว่าการมีโรคประจำตัวเท่ากับทำประกันไม่ได้

ถ้าไม่บอกความจริงเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ จะเกิดอะไรขึ้น? สุขภาพ โรคประจำตัว และการแถลงข้อมูล

การทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกแบบประกันและวงเงินความคุ้มครอง คือ การแถลงข้อมูลสุขภาพตามความเป็นจริง

หลายคนอาจสงสัยว่า หากเคยมีโรคประจำตัว เคยผ่าตัด เคยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือเคยมีผลตรวจสุขภาพผิดปกติ แล้วไม่แจ้งบริษัทประกันภัย จะมีผลอย่างไร?

บางคนอาจคิดว่า “ถ้าไม่แจ้ง บริษัทก็อาจไม่รู้” หรือ “ถ้าหายแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องบอก”

แต่ในทางปฏิบัติ การตอบคำถามสุขภาพควรพิจารณาจาก คำถามในใบคำขอเอาประกันภัย ใบแถลงสุขภาพ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นหลัก เพราะข้อมูลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่บริษัทใช้ประกอบการพิจารณารับประกันภัย

สำนักงาน คปภ. มีแบบข้อความกรมธรรม์ที่ระบุถึงกรณีผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วแต่แถลงข้อความเป็นเท็จ หรือรู้ข้อเท็จจริงแต่ไม่เปิดเผย หากข้อเท็จจริงนั้นมีนัยสำคัญต่อการพิจารณารับประกันภัย เช่น อาจทำให้บริษัทเรียกเบี้ยสูงขึ้นหรือไม่รับประกัน สัญญาอาจเข้าข่ายเป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 ได้

ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “มีโรคประจำตัวแล้วจะทำประกันได้ไหม?” แต่ยังรวมถึง “ควรแถลงข้อมูลสุขภาพอย่างไรให้ถูกต้อง?”


การแถลงสุขภาพคืออะไร?

การแถลงสุขภาพ คือ การให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในใบคำขอ ใบแถลงสุขภาพ หรือเอกสารประกอบการสมัคร

ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น

  • โรคประจำตัว
  • ประวัติการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล
  • ประวัติการผ่าตัด
  • การรับประทานยาต่อเนื่อง
  • ผลตรวจสุขภาพที่ผิดปกติ
  • การรักษาโรคบางประเภท
  • ประวัติการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
  • อาการหรือภาวะสุขภาพที่อยู่ในขอบเขตคำถามของใบคำขอ

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรตัดสินใจเองว่าข้อมูลใด “ไม่น่าจะสำคัญ” แล้วเลือกไม่แจ้ง หากข้อมูลนั้นอยู่ในคำถามที่บริษัทประกันภัยขอให้ตอบ

เพราะบริษัทใช้ข้อมูลที่ผู้ขอเอาประกันภัยแถลงไว้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาความเสี่ยงและการรับประกันภัย


ถ้าไม่บอกความจริงเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ จะเกิดอะไรขึ้น?

ผลกระทบขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี รวมถึงลักษณะข้อมูลที่ไม่ได้เปิดเผย และความเกี่ยวข้องกับการพิจารณารับประกันภัย

แต่ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย รู้อยู่แล้วและจงใจแถลงข้อมูลเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญ กฎหมายและเงื่อนไขกรมธรรม์อาจเปิดทางให้บริษัทดำเนินการเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาได้

มาตรา 865 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ระบุถึงกรณีที่ผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วแต่ไม่เปิดเผยข้อความจริง หรือแถลงข้อความอันเป็นความเท็จ หากข้อเท็จจริงนั้นอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น หรือปฏิเสธการทำสัญญา สัญญาอาจเป็นโมฆียะได้

ในแบบข้อความกรมธรรม์ที่สำนักงาน คปภ. เผยแพร่ ยังระบุว่ากรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่การบอกล้างสัญญา และอาจมีผลต่อการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ ทั้งนี้ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องของแต่ละสัญญา

สิ่งที่ควรเข้าใจ

ไม่ได้หมายความว่า

“เคยป่วยแล้วไม่แจ้ง = บริษัทไม่จ่ายเงินทุกกรณี”

แต่ควรเข้าใจว่า

การปกปิดหรือแถลงข้อมูลสุขภาพไม่ตรงความจริง อาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของสัญญาและการพิจารณาสินไหมได้ หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและกรมธรรม์

จึงไม่ควรคาดเดาผลลัพธ์จากกรณีใดกรณีหนึ่งโดยไม่ดูเอกสารและข้อเท็จจริงของกรมธรรม์นั้น


มีโรคประจำตัว ต้องแจ้งทุกอย่างหรือไม่?

คำตอบคือ ควรตอบตามคำถามที่ปรากฏในใบคำขอและเอกสารแถลงสุขภาพอย่างครบถ้วนและตรงความจริง

ตัวอย่างเช่น หากใบคำขอถามเกี่ยวกับประวัติการรักษาในช่วงเวลาที่กำหนด ผู้ขอเอาประกันภัยควรตรวจสอบประวัติของตนเองแล้วตอบตามคำถามนั้น

ไม่ควรใช้วิธีคิดว่า

  • “โรคนี้ไม่ร้ายแรง ไม่น่าต้องบอก”
  • “ตอนนี้หายแล้ว เลยไม่ต้องแจ้ง”
  • “หมอบอกว่าไม่มีอะไร”
  • “ไม่เคยผ่าตัดใหญ่ จึงไม่น่ามีปัญหา”
  • “ตัวแทนบอกว่าไม่ต้องบอกก็ได้”

เพราะสิ่งสำคัญคือ ข้อความที่ถูกถามและข้อมูลที่ผู้ขอเอาประกันภัยทราบ ไม่ใช่การคาดเดาว่าบริษัทจะสนใจข้อมูลนั้นหรือไม่

สำนักงาน คปภ. ยังมีหลักเกณฑ์และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแถลงข้อมูลสุขภาพ โดยสาระสำคัญคือผู้ขอเอาประกันภัยควรให้ข้อมูลตามความเป็นจริง และตรวจสอบข้อความก่อนลงนาม


FUTURECARETHเปรียบเทียบ: แถลงข้อมูลตามจริง vs ปกปิดประวัติสุขภาพ

ประเด็น แถลงข้อมูลตามจริง ปกปิดหรือให้ข้อมูลไม่ตรงความจริง
การพิจารณารับประกัน บริษัทมีข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยง บริษัทอาจประเมินจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน
ผลต่อเบี้ยประกัน อาจรับประกันตามปกติ หรือมีเงื่อนไข/เบี้ยแตกต่างตามการพิจารณา อาจดูเหมือนผ่านการพิจารณาได้ง่ายขึ้นในช่วงแรก
ความชัดเจนของข้อมูล ตรวจสอบย้อนกลับได้จากเอกสารที่แถลง อาจเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
การเคลม บริษัทพิจารณาตามกรมธรรม์และข้อมูลที่แถลง หากพบการปกปิดสาระสำคัญ อาจเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญา
ความเสี่ยงระยะยาว รู้เงื่อนไขการรับประกันตั้งแต่ต้น อาจมีความเสี่ยงด้านความสมบูรณ์ของสัญญา

สรุป: การแถลงสุขภาพตามจริงไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกปฏิเสธการทำประกันเสมอไป เพราะการรับประกันขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทและรายละเอียดของความเสี่ยงแต่ละราย


มีโรคประจำตัว = ทำประกันไม่ได้จริงหรือ?

ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น

การมีโรคประจำตัวไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะถูกปฏิเสธการทำประกัน เพราะการพิจารณารับประกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • โรคที่เป็น
  • ความรุนแรงของโรค
  • ระยะเวลาที่เป็น
  • การควบคุมโรค
  • การรักษาในปัจจุบัน
  • ผลตรวจสุขภาพ
  • อายุ
  • แบบประกันที่สมัคร
  • จำนวนเงินเอาประกันภัย
  • ประวัติสุขภาพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ผลการพิจารณาอาจแตกต่างกันไป เช่น

รับประกันตามปกติ
→ บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถรับความเสี่ยงตามเงื่อนไขปกติได้

รับประกันโดยมีเงื่อนไข
→ อาจมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดบางประการตามการพิจารณา

เรียกตรวจสุขภาพหรือขอข้อมูลเพิ่มเติม
→ บริษัทอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินความเสี่ยง

เลื่อนการพิจารณา
→ อาจขอให้รอช่วงเวลาหนึ่งแล้วประเมินใหม่

ปฏิเสธการรับประกัน
→ อาจเกิดขึ้นหากความเสี่ยงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่บริษัทสามารถรับได้

ดังนั้น การมีประวัติสุขภาพไม่ได้แปลว่า “หมดโอกาสทำประกัน” แต่ควรเปิดเผยข้อมูลตามจริงเพื่อให้บริษัทมีข้อมูลสำหรับพิจารณาอย่างเหมาะสม


ตัวอย่างสถานการณ์ที่หลายคนเข้าใจผิด

กรณีที่ 1: เคยเป็นความดันโลหิตสูง แต่ปัจจุบันควบคุมได้

บางคนอาจคิดว่า

“ตอนนี้ไม่มีอาการแล้ว ไม่ต้องแจ้งก็ได้”

แต่หากคำขอเอาประกันภัยถามถึงประวัติหรือการรักษาในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง ก็ควรตอบตามจริง

เพราะ “ควบคุมโรคได้” กับ “ไม่เคยมีโรค” เป็นคนละเรื่องกัน


กรณีที่ 2: เคยผ่าตัด แต่หายเป็นปกติแล้ว

การหายดีไม่ได้หมายความว่าประวัติการผ่าตัดจะไม่มีความสำคัญในทุกกรณี

หากมีคำถามเกี่ยวกับการผ่าตัดหรือการเข้ารักษาตัว ก็ควรให้ข้อมูลตามที่ถาม

จากนั้นบริษัทจะเป็นผู้พิจารณาว่าข้อมูลดังกล่าวมีผลต่อการรับประกันอย่างไร


กรณีที่ 3: ไม่เคยตรวจสุขภาพ จึงคิดว่าไม่มีโรค

การไม่เคยตรวจพบโรคไม่ได้แปลว่าควรตอบว่า “ไม่มีประวัติ” ในทุกคำถาม

หลักสำคัญคือ ตอบตามสิ่งที่ถามและข้อเท็จจริงที่ตนเองทราบ หากไม่แน่ใจว่าคำถามครอบคลุมกรณีของตนหรือไม่ ควรสอบถามผู้ให้บริการหรือบริษัทประกันภัยก่อนลงชื่อ


“ไม่ตรวจสุขภาพ” หมายความว่าไม่ต้องแถลงสุขภาพหรือไม่?

ไม่ใช่เสมอไป

คำว่า “ไม่ต้องตรวจสุขภาพ” กับ “ไม่ต้องแถลงข้อมูลสุขภาพ” เป็นคนละเรื่องกัน

บางแบบประกันอาจไม่ได้กำหนดให้ผู้สมัครเข้ารับการตรวจร่างกาย แต่ยังมีใบคำขอหรือแบบแถลงสุขภาพที่ต้องตอบ

ดังนั้น ก่อนสมัครควรแยกให้ออกว่า

ไม่ตรวจสุขภาพ
หมายถึง บริษัทไม่ได้กำหนดให้ตรวจสุขภาพเพิ่มเติมตามขั้นตอนนั้น

ขณะที่

ไม่ต้องแถลงสุขภาพ
หมายถึง ไม่มีการขอข้อมูลสุขภาพในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สองประเด็นนี้ไม่ควรนำมาใช้แทนกัน


ถ้าจำประวัติสุขภาพไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

หากไม่แน่ใจเกี่ยวกับประวัติการรักษา ไม่ควรเดาคำตอบเพียงเพื่อให้กรอกใบสมัครได้เร็วขึ้น

สามารถเตรียมข้อมูล เช่น

  • ชื่อโรงพยาบาล
  • วันที่หรือช่วงเวลาที่รักษา
  • โรคหรือสาเหตุที่เข้ารับการรักษา
  • การผ่าตัด
  • ยาที่รับประทาน
  • ผลตรวจที่เคยผิดปกติ
  • แพทย์หรือสถานพยาบาลที่รักษา
  • ผลการรักษาในปัจจุบัน

จากนั้นสอบถามผู้เกี่ยวข้องหรือบริษัทประกันภัยว่าควรแถลงข้อมูลในส่วนใด

การใช้เวลาเพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจช่วยลดความคลุมเครือในภายหลังได้


ถ้าเคยปกปิดข้อมูลไปแล้ว ควรทำอย่างไร?

หากภายหลังพบว่าตนเองกรอกข้อมูลผิด ลืมแจ้งประวัติการรักษา หรือไม่แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ครบถ้วนหรือไม่ ไม่ควรปล่อยผ่านเพียงเพราะกรมธรรม์ออกมาแล้ว

ควรตรวจสอบเอกสารที่เคยยื่นไว้ เช่น

  • ใบคำขอเอาประกันภัย
  • ใบแถลงสุขภาพ
  • เอกสารเพิ่มเติม
  • เงื่อนไขกรมธรรม์

แล้วสอบถามบริษัทประกันภัยโดยตรงว่าควรดำเนินการอย่างไร

เพราะผลทางกฎหมายและผลต่อกรมธรรม์ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ไม่ควรสรุปจากคำบอกเล่าหรือประสบการณ์ของบุคคลอื่นเพียงอย่างเดียว

หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการประกันภัย ผู้บริโภคยังสามารถติดต่อสำนักงาน คปภ. ซึ่งมีช่องทางสำหรับร้องเรียนเกี่ยวกับประกันชีวิตและสัญญาประกันสุขภาพได้


5 ข้อควรรู้ก่อนเซ็นใบคำขอเอาประกันภัย

1. อ่านคำถามสุขภาพให้ครบ

อย่ารีบตอบจากความเข้าใจคร่าว ๆ ควรอ่านว่าบริษัทถามถึงอะไรและช่วงเวลาใด

2. ตอบตามข้อเท็จจริง

ไม่ควรตอบเพื่อให้ผ่านการพิจารณาได้ง่ายขึ้น เพราะบริษัทจะใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการพิจารณารับประกัน

3. หากไม่แน่ใจ ให้ถามก่อนเซ็น

คำถามสุขภาพบางข้ออาจมีรายละเอียดที่ผู้สมัครไม่แน่ใจ หากไม่เข้าใจควรสอบถามก่อนลงนาม

4. ตรวจเอกสารอีกครั้งก่อนลงชื่อ

เอกสารของ คปภ. ระบุถึงการยืนยันความถูกต้องของคำตอบในใบคำขอและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นควรอ่านและตรวจสอบข้อมูลก่อนลงชื่อ

5. เก็บสำเนาเอกสารที่แถลงไว้

การเก็บใบคำขอและเอกสารสุขภาพที่เกี่ยวข้องไว้ จะช่วยให้สามารถตรวจสอบข้อมูลที่เคยแจ้งบริษัทได้ในอนาคต


แล้วการแถลงสุขภาพตามจริงมีข้อเสียหรือไม่?

การแถลงข้อมูลตามจริงอาจทำให้บริษัทเห็นความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องมากขึ้น และอาจส่งผลให้บริษัทต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ขอข้อมูลเพิ่ม รับประกันโดยมีเงื่อนไข หรือกำหนดเบี้ยประกันแตกต่างจากกรณีไม่มีประวัติสุขภาพ

แต่ประเด็นสำคัญคือ ผลการพิจารณาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทำให้ผู้สมัครทราบเงื่อนไขของความคุ้มครองตามที่บริษัทอนุมัติ

ในทางกลับกัน การไม่เปิดเผยข้อมูลอาจทำให้ขั้นตอนสมัครดูง่ายขึ้นในระยะสั้น แต่หากภายหลังเกิดประเด็นเกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกปกปิดและข้อมูลนั้นมีสาระสำคัญต่อการรับประกัน ก็อาจเกิดข้อโต้แย้งเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาได้ตามเงื่อนไขของกฎหมายและกรมธรรม์


สรุป: สุขภาพไม่สมบูรณ์ไม่ได้แปลว่าทำประกันไม่ได้ แต่ข้อมูลต้องตรงความจริง

สิ่งที่คนกำลังทำประกันควรให้ความสำคัญไม่ใช่การพยายามหาวิธี “ตอบอย่างไรให้ผ่านง่ายที่สุด”

แต่ควรเป็น

“ทำอย่างไรให้บริษัทได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อพิจารณาความเสี่ยงและกำหนดเงื่อนไขการรับประกันอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น”

การมีโรคประจำตัว เคยผ่าตัด หรือเคยมีประวัติการรักษา ไม่ได้หมายความว่าจะทำประกันไม่ได้เสมอไป

บริษัทประกันภัยจะพิจารณาจากรายละเอียดสุขภาพและเงื่อนไขของแต่ละแบบประกัน

ในขณะเดียวกัน การรู้ข้อมูลสุขภาพแต่ไม่เปิดเผย หรือแถลงข้อมูลเป็นเท็จในประเด็นที่มีสาระสำคัญ อาจส่งผลต่อความสมบูรณ์ของสัญญาและสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้

ดังนั้น หากมีประวัติสุขภาพและกำลังวางแผนทำประกัน การให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและตรงตามความจริง พร้อมทำความเข้าใจเงื่อนไขก่อนลงชื่อ จึงเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนประกันภัยในระยะยาว


FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้ามีโรคประจำตัว บริษัทจะไม่รับประกันเลยหรือไม่?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป การรับประกันขึ้นอยู่กับประเภทโรค ความรุนแรง ประวัติการรักษา อายุ แบบประกัน และการพิจารณาของบริษัท

Q: เคยป่วยแต่หายแล้ว ต้องแจ้งหรือไม่?

A: หากข้อมูลดังกล่าวอยู่ในขอบเขตคำถามของใบคำขอหรือใบแถลงสุขภาพ ควรตอบตามจริง ไม่ควรตัดสินใจเองว่าการหายแล้วหมายความว่าไม่ต้องแจ้ง

Q: ไม่ตรวจสุขภาพ แปลว่าไม่ต้องบอกประวัติสุขภาพหรือไม่?

A: ไม่ใช่เสมอไป การไม่ตรวจสุขภาพกับการไม่ต้องแถลงสุขภาพเป็นคนละเรื่องกัน

Q: ถ้าลืมแจ้งประวัติสุขภาพไปแล้วควรทำอย่างไร?

A: ควรตรวจสอบใบคำขอและเอกสารที่ยื่นไว้ แล้วติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อสอบถามแนวทางที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องค้างอยู่โดยไม่ตรวจสอบ

Q: การปกปิดประวัติสุขภาพมีผลต่อการเคลมหรือไม่?

A: อาจมีผลได้ในกรณีที่เป็นการปกปิดหรือแถลงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่มีสาระสำคัญต่อการรับประกัน โดยต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ


FUTURECARETHมีประวัติสุขภาพ ไม่แน่ใจว่าควรแถลงอย่างไร?

หากคุณกำลังวางแผนทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือสัญญาเพิ่มเติม และมีประวัติ โรคประจำตัว การผ่าตัด การรักษาในโรงพยาบาล หรือผลตรวจสุขภาพที่ผิดปกติ แต่ไม่แน่ใจว่าควรเตรียมข้อมูลอย่างไร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทประกันภัยเพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการสมัครและการแถลงสุขภาพก่อนตัดสินใจ

เพราะการทำประกันที่ดี ไม่ใช่เพียงการเลือกความคุ้มครอง แต่คือการเข้าใจเงื่อนไขและให้ข้อมูลที่ถูกต้องตั้งแต่วันเริ่มต้นของสัญญา