คำถามว่า “บริษัทประกันสามารถสืบประวัติการรักษาย้อนหลังได้กี่ปี?” โดยแบบข้อความของ คปภ. ระบุถึงความยินยอมให้แพทย์ บริษัทประกัน หรือสถานพยาบาลเปิดเผยข้อมูลสุขภาพที่มีอยู่ในอดีตหรือที่จะมีต่อไปในอนาคตเพื่อการขอเอาประกัน การพิจารณารับประกัน หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์

สืบประวัติการรักษาของเราย้อนหลังได้กี่ปี? สุขภาพ โรคประจำตัว และการแถลงข้อมูล

“ถ้าเคยรักษาโรคเมื่อ 5 ปีที่แล้ว บริษัทประกันจะรู้ไหม?”

“ถ้าเคยผ่าตัดเมื่อ 10 ปีก่อน ต้องแจ้งหรือเปล่า?”

“บริษัทประกันสามารถขอประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลย้อนหลังได้กี่ปี?”

คำถามเหล่านี้เป็นข้อสงสัยที่พบได้บ่อยในคนที่กำลังทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ หรือสัญญาเพิ่มเติมด้านสุขภาพ โดยเฉพาะคนที่มีประวัติการเจ็บป่วย การผ่าตัด หรือเคยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

คำตอบที่สำคัญคือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่สามารถนำไปใช้กับทุกกรณีว่า บริษัทประกัน “สืบประวัติได้ไม่เกินกี่ปี”

เพราะต้องแยกให้ออกระหว่าง

  1. บริษัทถามประวัติสุขภาพย้อนหลังในใบคำขอเป็นระยะเวลากี่ปี
  2. บริษัทได้รับความยินยอมให้ขอหรือใช้ข้อมูลสุขภาพจากแหล่งใด
  3. บริษัทนำข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
  4. สถานพยาบาลมีข้อมูลของผู้ป่วยย้อนหลังมากน้อยเพียงใด
  5. ข้อมูลนั้นเกี่ยวข้องกับการพิจารณารับประกันหรือการเรียกร้องสินไหมอย่างไร
  6. พันธุกรรมทางสายเลือดและยีนส์ของตระกูลมีภาวะเป็นโรคประจำตัว

จากที่FUTURECARETHหาหัวข้อมา สำหรับใบคำขอเอาประกันชีวิตและประกันภัย ของทุกบริษัทในประเทศไทย ระบุถึงการให้ความยินยอมแก่แพทย์ บริษัทประกัน หรือสถานพยาบาลที่มีข้อมูลสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัยที่มีอยู่ ที่ผ่านมา หรือจะมีขึ้นต่อไปในอนาคต สามารถเปิดเผยข้อมูลให้บริษัทหรือผู้แทนของบริษัทเพื่อการขอเอาประกันภัย การพิจารณารับประกันภัย หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ได้ ทั้งยังระบุถึงการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยด้วย

ดังนั้น การคิดว่า “ถ้าเกิน 5 ปี และ 10 ปี หรือให้คำแถลง ในวันที่ไปพบแพทย์ บริษัทก็ไม่มีสิทธิ์รู้แล้ว” จึงอาจทำให้เข้าใจเรื่องการแถลงสุขภาพคลาดเคลื่อนได้


บริษัทประกันสามารถสืบประวัติการรักษาย้อนหลังได้กี่ปี?

คำตอบสั้น ๆ คือ “ ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกกรณี บริษัทสามารถลงพื้นที่ใกล้บ้าน ญาติของผู้เอาประกัน โรงพยาบาลในชุมชน ”

สิ่งที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือ คำถามในใบคำขอเอาประกันภัยและเอกสารแถลงสุขภาพ

ตัวอย่างเช่น หากใบคำขอถามว่า

“ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เคยเข้ารับการรักษา...หรือไม่?”

ผู้สมัครก็ควรตอบข้อมูลตามช่วงเวลาที่คำถามกำหนด

แต่ไม่ได้หมายความว่า ประวัติที่เกิน 5 ปีจะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีอยู่ หรือบริษัทไม่มีทางขอข้อมูลดังกล่าวได้ในทุกกรณี

โดยเฉพาะในเอกสารความยินยอมมาตรฐานของ คปภ. มีข้อความเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลสุขภาพที่มีอยู่ในอดีตหรือที่จะมีขึ้นในอนาคต เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการขอเอาประกัน การพิจารณารับประกัน หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์

ดังนั้นจึงไม่ควรใช้หลักว่า

“เกินจำนวนปีที่ถาม = ไม่ต้องบอก”

แต่ควรใช้หลักว่า

“ตอบให้ตรงกับคำถามและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง”

ทำไมบริษัทประกันจึงต้องขอข้อมูลประวัติสุขภาพ?

ประกันภัยเป็นธุรกิจที่บริษัทต้องประเมินความเสี่ยงก่อนรับประกัน

ข้อมูลสุขภาพจึงอาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณา เช่น

  • โรคประจำตัว
  • ประวัติการรักษา
  • ประวัติการผ่าตัด
  • การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล
  • การรับประทานยาเป็นประจำ
  • ผลตรวจสุขภาพ
  • การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
  • ประวัติการรักษาโรคบางประเภท
  • ความต่อเนื่องของการรักษา

หากบริษัทมีข้อมูลไม่เพียงพอ อาจไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างครบถ้วน

ด้วยเหตุนี้ แบบคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องจึงให้ความสำคัญกับการแถลงข้อมูลสุขภาพและการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล

เอกสารของ คปภ. ระบุให้ผู้ขอเอาประกันภัยยืนยันว่าคำตอบในใบคำขอ รวมถึงข้อมูลที่ตอบต่อแพทย์ผู้ตรวจสุขภาพ เป็นความจริง และกำหนดให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบก่อนลงลายมือชื่อ


บริษัทประกันรู้ประวัติการรักษาของเราได้จากไหน?

หลายคนเข้าใจว่าบริษัทประกันจะต้องมี “ฐานข้อมูลสุขภาพของคนไทยทุกคน” และสามารถค้นประวัติได้ทันที

แต่ในทางปฏิบัติ ควรแยกแหล่งข้อมูลออกเป็นหลายส่วน

1. ข้อมูลจากผู้ขอเอาประกันภัย

เช่น

  • ใบคำขอเอาประกัน
  • ใบแถลงสุขภาพ
  • ข้อมูลที่ให้กับตัวแทนหรือนายหน้า
  • ข้อมูลที่ตอบผ่านระบบโทรศัพท์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์

2. ข้อมูลจากแพทย์และสถานพยาบาล

หากมีการให้ความยินยอมตามเอกสารที่เกี่ยวข้อง แพทย์หรือสถานพยาบาลที่มีข้อมูลสุขภาพสามารถเปิดเผยข้อมูลให้บริษัทตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยได้ ตามขอบเขตของกฎหมายและเอกสารความยินยอม

3. ข้อมูลที่เกิดขึ้นระหว่างการทำประกัน

ข้อมูลอาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณารับประกัน การตรวจสุขภาพ หรือการเรียกร้องค่าสินไหมตามกรมธรรม์

ดังนั้น การมองว่า “บริษัทจะรู้เฉพาะข้อมูลที่เราบอกตอนสมัครเท่านั้น” อาจไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์


แล้วบริษัทประกันสามารถขอประวัติสุขภาพในอนาคตได้ด้วยหรือ?

ประเด็นนี้เป็นสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยสังเกต

ในแบบข้อความมาตรฐานของ คปภ. มีการระบุถึงความยินยอมให้แพทย์ บริษัทประกัน หรือสถานพยาบาลที่มีข้อมูลสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัยที่ ผ่านมา หรือจะมีขึ้นต่อไปในอนาคต สามารถเปิดเผยข้อมูลให้บริษัทหรือผู้แทนของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการขอเอาประกัน การพิจารณารับประกัน หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ได้

แต่ข้อความดังกล่าวไม่ควรถูกตีความว่า

“บริษัทสามารถเอาข้อมูลสุขภาพอะไรก็ได้ไปใช้เมื่อไรก็ได้”

เพราะการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเอกสารและนโยบายที่บริษัทแจ้งให้ผู้เอาประกันภัยทราบ


เปรียบเทียบ: “ระยะเวลาที่ถูกถาม” กับ “ประวัติที่บริษัทอาจขอข้อมูล”

สองเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน

ประเด็น ระยะเวลาที่ระบุในใบคำขอ ข้อมูลประวัติการรักษาที่บริษัทอาจขอ
ความหมาย ช่วงเวลาที่ผู้สมัครต้องตอบตามคำถาม ข้อมูลที่บริษัทอาจต้องใช้ประกอบกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่าง ถามประวัติการรักษาในช่วง 5 ปี ขอข้อมูลจากสถานพยาบาลตามความยินยอมและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง
ผู้สมัครควรทำอย่างไร ตอบให้ตรงคำถาม อ่านขอบเขตความยินยอมและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ใช้หลักอะไร ข้อความในใบคำขอ เอกสารความยินยอม กฎหมาย และวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
สรุป ไม่ควรตอบเกินหรือน้อยกว่าที่ข้อคำถามกำหนดโดยพลการ ไม่ควรสรุปว่าบริษัทเข้าถึงข้อมูลได้ทุกอย่างโดยไม่มีข้อจำกัด

หัวใจสำคัญ: “บริษัทถามย้อนหลัง 5 ปี” ไม่ได้เท่ากับ “ข้อมูลที่เกิน 5 ปีไม่มีอยู่หรือบริษัทไม่มีทางตรวจสอบได้”


ถ้าเคยรักษาเมื่อ 10 ปีก่อน ต้องแจ้งหรือไม่?

คำตอบคือ ต้องดูว่าคำถามในใบคำขอระบุไว้อย่างไร

ตัวอย่างเช่น

กรณีที่ 1: คำถามระบุช่วงเวลา 5 ปี

หากบริษัทถามเฉพาะประวัติในช่วง 5 ปี ผู้สมัครควรตอบตามขอบเขตของคำถามนั้น

แต่หากมีคำถามอื่นที่ครอบคลุมโรคหรือประวัติสำคัญโดยไม่ได้จำกัดเฉพาะ 5 ปี ก็ควรตอบตามคำถามนั้นด้วย

กรณีที่ 2: เคยผ่าตัดเมื่อ 10 ปีก่อน

อย่าใช้เพียงอายุของประวัติเป็นตัวตัดสินว่า “ไม่ต้องแจ้ง”

ควรอ่านคำถามที่เกี่ยวกับ

  • การผ่าตัด
  • โรคประจำตัว
  • การรักษา
  • การนอนโรงพยาบาล
  • การตรวจวินิจฉัย

ว่าครอบคลุมกรณีดังกล่าวหรือไม่

กรณีที่ 3: เคยเป็นโรคร้ายแรงแต่รักษาหายแล้ว

คำว่า “หายแล้ว” ไม่ควรถูกนำมาใช้แทนคำตอบว่า “ไม่เคยเป็น”

หากคำถามครอบคลุมประวัติโรคนั้น ก็ควรให้ข้อมูลตามจริง


บริษัทประกันจะตรวจประวัติทุกคนหรือไม่?

ไม่ควรเข้าใจว่าบริษัทจะต้องตรวจสอบประวัติการรักษาย้อนหลังของผู้สมัครทุกคนในลักษณะเดียวกัน

กระบวนการพิจารณารับประกันอาจแตกต่างกันตาม

  • แบบประกัน
  • จำนวนเงินเอาประกัน
  • อายุ
  • ข้อมูลสุขภาพที่แถลง
  • ผลการพิจารณาเบื้องต้น
  • ความจำเป็นในการขอเอกสารเพิ่มเติม
  • หลักเกณฑ์การรับประกันของแต่ละบริษัท

บางกรณีอาจใช้ข้อมูลจากใบคำขอเป็นหลัก ขณะที่บางกรณีบริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมหรือตรวจสุขภาพประกอบ

ดังนั้นจึงไม่ควรคิดว่า

“ถ้าบริษัทไม่ถามเพิ่ม แสดงว่าไม่สามารถตรวจสอบได้”

หรือ

“ถ้าไม่เคยถูกตรวจสอบตอนสมัคร แสดงว่าข้อมูลที่ไม่แจ้งไม่มีผล”

สองความเข้าใจนี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น


ถ้าบริษัทขอประวัติการรักษา ต้องให้ทุกอย่างหรือไม่?

ประเด็นนี้ควรพิจารณาตาม ขอบเขตของเอกสารและวัตถุประสงค์ในการขอข้อมูล

ข้อมูลสุขภาพถือเป็นข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน และเอกสารของ คปภ. มีการกำหนดเรื่องการเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลสุขภาพสำหรับวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย เช่น การพิจารณารับประกันและการจ่ายเงินตามกรมธรรม์

ดังนั้น หากได้รับเอกสารให้ลงนามยินยอม ควรอ่านว่า

  • ใครเป็นผู้รับข้อมูล
  • ข้อมูลประเภทใด
  • ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
  • ใช้ในขั้นตอนใด
  • มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดอะไร

การอ่านเอกสารก่อนลงชื่อจึงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะสมัครผ่านตัวแทน นายหน้า หรือช่องทางออนไลน์


“เคยรักษานานแล้ว” กับ “ไม่เคยรักษา” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

นี่เป็นจุดที่คนทำประกันควรระวัง

สมมติว่าคนหนึ่งเคยเข้ารับการรักษาโรคเมื่อ 8 ปีก่อน และปัจจุบันไม่มีอาการแล้ว

ข้อเท็จจริงคือ

“เคยมีประวัติการรักษาเมื่อ 8 ปีก่อนและปัจจุบันไม่มีอาการ”

ไม่ใช่

“ไม่เคยเป็นโรค”

ดังนั้น หากใบคำขอถามถึงประวัติที่ครอบคลุมเหตุการณ์ดังกล่าว ควรตอบตามข้อเท็จจริง

บริษัทจะเป็นผู้ประเมินต่อว่า ประวัตินั้นมีผลต่อการรับประกันหรือไม่


เปรียบเทียบ 2 แนวทาง: “แจ้งตามจริง” กับ “ไม่แจ้งเพราะคิดว่าเก่าแล้ว”

แนวทาง แจ้งตามข้อเท็จจริง ไม่แจ้งเพราะคิดว่าเก่าแล้ว
จุดเริ่มต้น ดูคำถามและตอบตามจริง ผู้สมัครเป็นผู้ตัดสินเองว่าข้อมูลไม่สำคัญ
การประเมินความเสี่ยง บริษัทมีข้อมูลประกอบการพิจารณา บริษัทอาจได้รับข้อมูลไม่ครบ
ผลการรับประกัน อาจรับปกติ มีเงื่อนไข ขอข้อมูลเพิ่ม หรือผลอื่นตามการพิจารณา อาจดูเหมือนไม่มีประวัติในตอนแรก
หากเกิดข้อสงสัยภายหลัง มีข้อมูลที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ อาจต้องอธิบายความแตกต่างระหว่างข้อมูลที่แถลงกับข้อมูลที่พบ
ความเสี่ยงด้านข้อพิพาท ลดความคลุมเครือจากการแถลงข้อมูลตั้งแต่ต้น อาจเกิดข้อโต้แย้งได้ หากข้อมูลที่ไม่ได้แจ้งมีสาระสำคัญ

จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องพยายาม “เดา” ว่าบริษัทจะตรวจพบหรือไม่

สิ่งสำคัญกว่าคือ ตอบให้ตรงคำถามและข้อเท็จจริง


ถ้าบริษัทพบประวัติการรักษาที่เราไม่ได้แจ้ง จะเกิดอะไรขึ้น?

ผลลัพธ์ไม่ได้เหมือนกันทุกกรณี

บริษัทอาจต้องตรวจสอบว่า

  • ข้อมูลนั้นคืออะไร
  • เกิดขึ้นเมื่อใด
  • ผู้สมัครทราบข้อมูลนั้นหรือไม่
  • ใบคำขอถามถึงข้อมูลดังกล่าวหรือไม่
  • ข้อมูลนั้นมีสาระสำคัญต่อการพิจารณารับประกันหรือไม่
  • การแถลงก่อนหน้านั้นมีความคลาดเคลื่อนอย่างไร
  • เงื่อนไขของกรมธรรม์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้อย่างไร

ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปแบบเหมารวมว่า

“พบประวัติย้อนหลัง = บริษัทไม่จ่ายเคลม”

หรือ

“ประวัติเก่าเกิน 5 ปี = ไม่มีผลแน่นอน”

ทั้งสองแบบอาจง่ายเกินไปเมื่อเทียบกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

เอกสารมาตรฐานของ คปภ. ระบุชัดว่าผู้ขอเอาประกันภัยควรรับรองความจริงของคำตอบในใบคำขอ และหากไม่แถลงข้อความจริง บริษัทอาจปฏิเสธการรับประกันหรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์ได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง


ถ้าจำประวัติการรักษาไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรเดาคำตอบเพื่อให้กรอกใบคำขอเสร็จเร็ว

ลองรวบรวมข้อมูลจาก

  • ใบรับรองแพทย์
  • ใบเสร็จค่ารักษา
  • ผลตรวจสุขภาพ
  • ประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล
  • รายการยาที่เคยได้รับ
  • วันที่เข้ารับการรักษาโดยประมาณ
  • ชื่อโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล

หากยังไม่แน่ใจ ให้สอบถามบริษัทหรือตัวแทน/นายหน้าว่าคำถามนั้นต้องการข้อมูลในขอบเขตใด

อย่าตอบ “ไม่มี” เพียงเพราะจำไม่ได้


ก่อนเซ็นใบคำขอ ควรตรวจอะไรบ้าง?

1. ตรวจคำถามเรื่องสุขภาพทีละข้อ

อย่าอ่านผ่านเฉพาะช่องที่ต้องกรอก

2. ดูระยะเวลาที่คำถามกำหนด

บางคำถามอาจระบุช่วงเวลา ขณะที่บางคำถามอาจถามถึงประวัติในลักษณะอื่น

3. อย่าใช้ “จำนวนปี” เป็นเกณฑ์เดียว

อย่าคิดว่า “เกิน 5 ปีแล้วจึงไม่ต้องแจ้ง” หากยังไม่ได้อ่านคำถามทั้งหมด

4. ตรวจข้อมูลที่กรอกโดยตัวแทนหรือนายหน้า

หากมีบุคคลอื่นช่วยกรอก ควรอ่านและยืนยันข้อมูลด้วยตัวเอง

5. ตรวจข้อมูลที่ให้ทางโทรศัพท์หรือออนไลน์

เอกสารของ คปภ. ระบุให้ตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบที่ให้ผ่านโทรศัพท์หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ก่อนถือเป็นข้อมูลประกอบใบคำขอ

6. เก็บสำเนาใบคำขอ

ควรเก็บเอกสารที่แสดงข้อมูลที่ตนเองแถลงไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบในอนาคต


แล้วถ้าไม่เคยมีโรคประจำตัวเลยล่ะ?

หากไม่มีประวัติการรักษาหรือโรคประจำตัว ก็ให้ตอบตามข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องไปค้นหาประวัติสุขภาพทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต หากคำถามไม่ได้ครอบคลุมข้อมูลดังกล่าว

หลักสำคัญคือ

อ่านคำถาม → เข้าใจขอบเขต → ตอบตามความจริง → ตรวจสอบก่อนลงชื่อ


สรุป: บริษัทประกันสืบประวัติการรักษาย้อนหลังได้กี่ปี?

คำถามนี้ไม่มีคำตอบเป็นตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกบริษัทและทุกกรมธรรม์

สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ “ระยะเวลาที่บริษัทถามในใบคำขอ” กับ “ข้อมูลสุขภาพที่บริษัทอาจได้รับตามความยินยอมและวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง” เป็นคนละประเด็นกัน

เอกสารมาตรฐานของ คปภ. มีข้อความเกี่ยวกับการให้ความยินยอมแก่แพทย์ บริษัทประกัน และสถานพยาบาลที่มีข้อมูลสุขภาพของผู้ขอเอาประกันภัยทั้งที่มีอยู่ในอดีตและที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต เพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการขอเอาประกัน การพิจารณารับประกัน และการจ่ายเงินตามกรมธรรม์

ดังนั้น หากกำลังจะทำประกัน ไม่ควรใช้คำถามว่า

“ประวัติของฉันเกินกี่ปีแล้ว บริษัทถึงจะตรวจไม่ได้?”

แต่ควรเปลี่ยนเป็น

“ใบคำขอถามข้อมูลอะไรบ้าง และฉันควรแถลงข้อมูลอย่างไรให้ถูกต้อง?”

เพราะการแถลงสุขภาพอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น ช่วยให้บริษัทมีข้อมูลสำหรับพิจารณาความเสี่ยง และช่วยลดความคลุมเครือเกี่ยวกับข้อมูลที่ผู้สมัครเคยให้ไว้


FAQ คำถามที่พบบ่อย

บริษัทประกันตรวจประวัติการรักษาย้อนหลังได้ 5 ปีจริงไหม?

ไม่ควรสรุปเป็นตัวเลขเดียวสำหรับทุกกรณี ต้องดูคำถามในใบคำขอ เอกสารความยินยอม วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูล และข้อเท็จจริงของแต่ละกรมธรรม์

ถ้าเคยรักษาเมื่อ 10 ปีก่อน บริษัทจะรู้ไหม?

อาจมีหรืออาจไม่มีข้อมูลที่บริษัทนำมาใช้ ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล เอกสารความยินยอม และกระบวนการพิจารณาของแต่ละกรณี จึงไม่ควรสรุปว่าประวัติที่เกินระยะเวลาหนึ่งจะ “ตรวจไม่ได้” โดยอัตโนมัติ

ถ้าใบคำขอถามย้อนหลัง 5 ปี แต่เคยผ่าตัดเมื่อ 10 ปีก่อน ต้องแจ้งหรือไม่?

ต้องดูคำถามทั้งหมดในใบคำขอว่าครอบคลุมประวัติการผ่าตัดหรือโรคนั้นหรือไม่ หากไม่แน่ใจควรสอบถามก่อนตอบและลงชื่อ

บริษัทประกันสามารถขอข้อมูลจากโรงพยาบาลได้หรือไม่?

เอกสารมาตรฐานของ คปภ. มีข้อความเกี่ยวกับความยินยอมให้แพทย์หรือสถานพยาบาลที่มีข้อมูลสุขภาพเปิดเผยข้อมูลแก่บริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการขอเอาประกัน การพิจารณารับประกัน หรือการจ่ายเงินตามกรมธรรม์

ถ้าจำประวัติการรักษาไม่ได้ ควรทำอย่างไร?

ควรตรวจสอบเอกสารหรือสอบถามสถานพยาบาลหากจำเป็น และสอบถามบริษัทหรือตัวแทน/นายหน้าในกรณีที่ไม่แน่ใจ ไม่ควรเดาคำตอบหรือเลือกตอบว่า “ไม่มี” เพียงเพราะจำไม่ได้

ประวัติการรักษาเก่าแปลว่าบริษัทจะไม่รับประกันหรือไม่?

ไม่จำเป็น การรับประกันขึ้นอยู่กับรายละเอียดสุขภาพ แบบประกัน จำนวนเงินเอาประกัน และหลักเกณฑ์การพิจารณาของบริษัท การมีประวัติการรักษาไม่ได้หมายความว่าจะถูกปฏิเสธโดยอัตโนมัติ