ระยะเวลารอคอย (Waiting Period) ของประกันสุขภาพโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 30 วัน , 90 วัน , 120 วัน รายละเอียดระยะเวลารอคอย ดังนี้

  • คุ้มครองทันที: จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ แบบไม่คาดฝัน 
  • รอคอย 30 วัน: มีภาวะหรือพบเจอก่อน และยังไม่จ่ายเจ็บป่วยทั่วไป ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) 
  • รอคอย 31-90 วัน: สำรองเงินจ่ายทุก การรักษาโรคหรือภาวะที่มีระยะเวลาก่อโรคเลยช่วง 30 วันไป
  • รอคอย 91-120 วัน: ไม่คุ้มครอง โรคหรือภาวะที่มีระยะเวลาก่อโรคนานเช่น 8 โรคและอาการที่เกี่ยวเนื่อง


คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขและความคุ้มครองจาก ตัวแทนFutureCareTHไทยประกันชีวิต หรือดูแนวทางความคุ้มครองของ ตัวแทนประกันใกล้บ้านทีมFutureCareTH เพิ่มเติมได้หากคุณสนใจวางแผนทำประกันสุขภาพ
  • ประเภทประกัน ที่สนใจ (ประกันสุขภาพทั่วไป หรือประกันโรคร้ายแรง)
  • งบประมาณ หรือความคุ้มครองที่ต้องการ
  • รายละเอียดระยะเวลารอคอย 
    • คุ้มครองทันที: จ่ายกรณีเกิดอุบัติเหตุ แบบไม่คาดฝัน
    • รอคอย 30 วัน: มีภาวะหรือพบเจอก่อน และยังไม่จ่ายเจ็บป่วยทั่วไป ทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)
    • รอคอย 31-90 วัน:สำรองเงินจ่ายทุก การรักษาโรคหรือภาวะที่มีระยะเวลาก่อโรคเลยช่วง 30 วันไป
    • รอคอย 91-120 วัน: ไม่คุ้มครอง โรคหรือภาวะที่มีระยะเวลาก่อโรคนาน 8 โรคและอาการที่เกี่ยวเนื่อง
    • 1. เนื้องอก ถุงน้ำ หรือมะเร็งทุกชนิด
    • 2. ริดสีดวงทวาร
    • 3. ไส้เลื่อนทุกชนิด
    • 4. นิ่วทุกชนิด
    • 5. เส้นเลือดขอด
    • 6. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
    • 7. ต้อเนื้อหรือต้อกระจก
    • 8. การตัดทอนซิลหรืออดีนอยด์

ตรวจพบโรคหลังทำประกัน 1 เดือน ถือว่าเป็นโรคใหม่หรือเป็นโรคที่เป็นมาก่อน?

“เพิ่งทำประกันได้ประมาณ 1 เดือน แล้วไปตรวจสุขภาพพบว่าเป็นโรค แบบนี้บริษัทประกันจะจ่ายไหม?”

คำถามนี้พบได้บ่อย โดยเฉพาะประกันสุขภาพ เพราะหลายคนเข้าใจว่า ถ้าตรวจพบโรคหลังจากทำประกันแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นโรคที่เกิดหลังทำประกันและได้รับความคุ้มครอง

แต่ในความเป็นจริง การพิจารณาไม่ได้ดูเพียงว่า “วันที่ตรวจพบโรคคือวันไหน” เท่านั้น แต่ต้องดูหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง ระยะเวลารอคอย เงื่อนไข Pre-existing Condition และข้อมูลสุขภาพที่ผู้เอาประกันภัยแถลงไว้ตั้งแต่ตอนสมัคร


ตรวจเจอโรคหลังทำประกัน 1 เดือน บริษัทจะจ่ายไหม?

คำตอบคือ อาจจ่ายหรืออาจไม่จ่าย ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์และข้อเท็จจริงของโรคนั้น

ตัวอย่างเช่น หากเป็นประกันสุขภาพที่กำหนดระยะเวลารอคอยสำหรับการเจ็บป่วยทั่วไป 30 วัน การตรวจพบโรคหลังพ้นระยะเวลานี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับความคุ้มครองทันที เพราะยังต้องพิจารณาว่าโรคนั้นเข้าข่าย สภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-existing Condition) หรือไม่ และมีข้อยกเว้นอื่นในกรมธรรม์หรือไม่

มาตรฐานสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพที่ใช้อยู่ในไทยกำหนดทั้งเรื่อง Waiting Period และ Pre-existing Condition โดยตัวอย่างมาตรฐานระบุระยะเวลารอคอย 30 วันสำหรับการป่วยทั่วไป และ 120 วันสำหรับโรคบางกลุ่ม ขณะที่ Pre-existing Condition มีเงื่อนไขเฉพาะของตัวเอง

ดังนั้น “ครบ 30 วันแล้ว” กับ “ได้รับความคุ้มครองแน่นอน” จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกัน


3 เรื่องที่ต้องแยกให้ออกก่อนถามว่า “บริษัทจะจ่ายไหม?”

1. วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง

ต้องดูว่ากรมธรรม์เริ่มมีผลเมื่อใด ไม่ใช่ดูเพียงวันที่สมัครหรือวันที่ชำระเบี้ย

2. ระยะเวลารอคอย (Waiting Period)

ประกันสุขภาพบางประเภทมีช่วงเวลาที่บริษัทไม่คุ้มครองการเจ็บป่วยในระยะแรก เช่น 30 วันสำหรับโรคทั่วไป และบางโรคอาจมีระยะเวลารอคอย 120 วัน ทั้งนี้ต้องดูเงื่อนไขของสัญญาที่ทำจริง

3. โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (Pre-existing Condition)

แม้จะตรวจพบโรคหลังทำประกัน แต่ถ้าข้อมูลทางการแพทย์แสดงให้เห็นว่าโรคหรืออาการนั้นมีอยู่ก่อนวันที่เริ่มคุ้มครอง ก็อาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไข Pre-existing Condition ได้

มาตรฐานประกันสุขภาพระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับ Pre-existing Condition และมีกรณีที่บริษัทอาจรับความเสี่ยงไว้หากผู้เอาประกันภัยแถลงและบริษัทตกลงรับโดยไม่มีข้อยกเว้นดังกล่าว


“ตรวจพบหลังทำประกัน” ไม่เท่ากับ “เพิ่งเป็นหลังทำประกัน”

นี่คือจุดที่คนทำประกันควรเข้าใจ

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ

กรณี A

ทำประกันวันที่ 1 มกราคม
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตรวจพบโรค
ก่อนทำประกันไม่มีประวัติอาการหรือการรักษาที่เกี่ยวข้อง

กรณีนี้บริษัทจะพิจารณาตามเงื่อนไขของกรมธรรม์และระยะเวลารอคอยที่เกี่ยวข้อง

กรณี B

ทำประกันวันที่ 1 มกราคม
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตรวจพบโรค
แต่จากประวัติการรักษาพบว่าเคยมีอาการดังกล่าวมาก่อนทำประกันและเคยพบแพทย์มาก่อน

กรณีนี้อาจต้องพิจารณาประเด็น Pre-existing Condition และข้อมูลที่แถลงไว้ตอนสมัครเพิ่มเติม

จึงเห็นได้ว่า วันที่ตรวจพบโรคเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบได้ว่าบริษัทจะจ่ายหรือไม่


เปรียบเทียบ 3 สถานการณ์ที่มักเข้าใจผิด

สถานการณ์ สิ่งที่ควรพิจารณา
ตรวจพบโรคหลังทำประกัน ดู Waiting Period + เงื่อนไขโรค
ตรวจพบโรคหลังทำประกัน แต่เคยมีอาการมาก่อน ต้องพิจารณา Pre-existing Condition
เคยมีโรคมาก่อนและแถลงไว้ บริษัทรับความเสี่ยง ดูว่าบริษัทรับโดยมีข้อยกเว้นหรือไม่
ไม่มีประวัติมาก่อนและพ้น Waiting Period ยังต้องดูเงื่อนไขความคุ้มครองอื่นในกรมธรรม์

ดังนั้นไม่ควรใช้สูตรง่าย ๆ ว่า

“ตรวจเจอหลัง 30 วัน = บริษัทต้องจ่าย”

เพราะความคุ้มครองจริงต้องพิจารณาตามสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี


แล้วถ้าก่อนทำประกัน “ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค” ล่ะ?

กรณีนี้เป็นอีกประเด็นที่ต้องแยกออกจากการจงใจปกปิดข้อมูล

ตัวอย่างเช่น ผู้สมัครไม่มีอาการ ไม่เคยได้รับการวินิจฉัย และไม่เคยรักษาโรคนั้นมาก่อน จึงไม่ทราบว่าตัวเองมีภาวะดังกล่าว

ต่อมาหลังทำประกันจึงไปตรวจพบโรค

กรณีนี้ควรนำ ประวัติการตรวจรักษาและเงื่อนไขกรมธรรม์ มาประกอบการพิจารณา ไม่ควรสรุปจากคำว่า “เป็นโรคมาก่อน” เพียงอย่างเดียว

ในทางกลับกัน หากก่อนทำประกันมีอาการชัดเจน เคยพบแพทย์ หรือเคยได้รับการวินิจฉัยแล้วแต่ไม่ได้แจ้งข้อมูลตามที่ใบคำขอถาม ประเด็นการแถลงสุขภาพจะมีความสำคัญมากขึ้น


5 คำถามใกล้เคียงที่คนทำประกันมักสงสัย

1. ทำประกันแล้ว 30 วัน ตรวจพบมะเร็ง บริษัทจะจ่ายไหม?

คำตอบ: ไม่สามารถตอบจากระยะเวลา 30 วันเพียงอย่างเดียว

อธิบาย: โรคมะเร็งเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่สัญญาประกันสุขภาพมาตรฐานบางประเภทกำหนดระยะเวลารอคอย 120 วัน ดังนั้นการตรวจพบหลัง 30 วันยังอาจอยู่ในช่วง Waiting Period สำหรับโรคกลุ่มดังกล่าว นอกจากนี้ยังต้องดูเงื่อนไขของกรมธรรม์และประวัติสุขภาพก่อนทำประกันด้วย


2. ถ้าไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองเป็นโรค แต่ตรวจเจอหลังทำประกัน บริษัทจะถือว่าเป็นโรคเดิมหรือไม่?

คำตอบ: ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของกรมธรรม์ ไม่ใช่ดูเฉพาะวันที่ตรวจพบ

อธิบาย: บริษัทอาจพิจารณาประวัติอาการ การรักษา การวินิจฉัย และข้อมูลสุขภาพก่อนเริ่มทำประกันประกอบกัน หากไม่เคยมีอาการ ไม่เคยรักษา และไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ควรนำไปประกอบการพิจารณา


3. ถ้าก่อนทำประกันเคยมีอาการเล็กน้อย แต่ไม่ได้ไปหาหมอ ต้องแจ้งหรือไม่?

คำตอบ: ควรดูคำถามในใบคำขอและขอบเขตข้อมูลที่บริษัทต้องการทราบ

อธิบาย: ไม่ควรตัดสินใจเองว่า “อาการเล็กน้อยจึงไม่สำคัญ” หากคำถามในใบคำขอครอบคลุมข้อมูลดังกล่าว ควรตอบตามข้อเท็จจริง หากไม่แน่ใจควรสอบถามก่อนลงชื่อ

ประเด็นสำคัญคือ การตรวจพบโรคหลังทำประกันไม่ได้ลบประวัติสุขภาพก่อนทำประกัน


4. ถ้าบริษัทเคยรับประกันโดยไม่มีข้อยกเว้น แล้วตรวจพบโรคภายหลัง จะต่างจากกรณีที่มีข้อยกเว้นอย่างไร?

คำตอบ: ต่างกัน เพราะต้องดูว่าบริษัทรับความเสี่ยงไว้ในลักษณะใด

อธิบาย: หากบริษัททราบข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้องและยอมรับความเสี่ยงโดยไม่มีข้อยกเว้นสำหรับภาวะนั้น รายละเอียดดังกล่าวมีความสำคัญต่อการพิจารณาความคุ้มครอง แต่หากกรมธรรม์ระบุข้อยกเว้นไว้ ก็ต้องพิจารณาตามข้อกำหนดนั้น

มาตรฐานสัญญาประกันสุขภาพมีกรณีที่ระบุว่าหากผู้เอาประกันภัยแถลง Pre-existing Condition และบริษัทตกลงรับความเสี่ยงโดยไม่มีเงื่อนไขยกเว้น ความคุ้มครองอาจเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้


5. ถ้าบริษัทปฏิเสธเคลมเพราะบอกว่าเป็นโรคที่มีมาก่อน ควรทำอย่างไร?

คำตอบ: ขอเหตุผลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาสินไหมก่อน

อธิบาย: ผู้เอาประกันควรตรวจสอบว่าบริษัทอ้างอิงข้อใดของกรมธรรม์ ใช้ข้อมูลทางการแพทย์ใด และประเด็นที่ถูกพิจารณาคือ Pre-existing Condition, Waiting Period, ข้อยกเว้น หรือประเด็นอื่น

หากไม่เข้าใจเหตุผล ควรสอบถามบริษัทเพื่อขอคำชี้แจงก่อนดำเนินการในขั้นตอนถัดไป


Checklist: ถ้าตรวจพบโรคหลังทำประกัน ควรเช็กอะไร?

ก่อนสรุปว่าบริษัท “จ่าย” หรือ “ไม่จ่าย” ลองตรวจสอบ 6 เรื่องนี้

☑ วันที่กรมธรรม์เริ่มมีผลคุ้มครอง
☑ ระยะเวลารอคอยของโรคที่ตรวจพบ
☑ นิยามและเงื่อนไข Pre-existing Condition
☑ ข้อมูลสุขภาพที่แถลงไว้ตอนสมัคร
☑ ข้อยกเว้นในกรมธรรม์
☑ รายงานแพทย์และประวัติการรักษาที่เกี่ยวข้อง

การดูเพียงว่า “ตรวจพบโรควันที่เท่าไร” อาจไม่เพียงพอ


สรุป: ตรวจเจอโรคหลังทำประกัน 1 เดือน บริษัทจะจ่ายไหม?

คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกรมธรรม์และข้อเท็จจริงของกรณีนั้น

สิ่งสำคัญที่สุดคือแยก 3 เรื่องออกจากกัน

1. Waiting Period
โรคบางประเภทอาจมีระยะเวลารอคอยก่อนเริ่มคุ้มครอง

2. Pre-existing Condition
การตรวจพบโรคหลังทำประกันไม่ได้หมายความว่าโรคนั้นเพิ่งเกิดหลังทำประกันเสมอไป ต้องพิจารณาประวัติสุขภาพก่อนเริ่มคุ้มครองด้วย

3. การแถลงสุขภาพ
ข้อมูลที่ผู้สมัครให้ไว้ตอนทำประกันมีความสำคัญต่อการพิจารณารับประกันและการเคลมในอนาคต

ดังนั้น หากตรวจพบโรคหลังทำประกัน 1 เดือน ไม่ควรรีบสรุปว่าบริษัทต้องจ่าย หรือบริษัทจะไม่จ่าย แต่ควรตรวจสอบกรมธรรม์และข้อเท็จจริงทางการแพทย์ประกอบกัน

หากกำลังวางแผนทำประกันหรือมีประวัติสุขภาพที่กังวลเรื่อง โรคประจำตัว, Pre-existing Condition , Waiting Period หรือการแถลงข้อมูล สามารถติดต่อเพื่อขอคำแนะนำและช่วยตรวจสอบเงื่อนไขของแบบประกันก่อนตัดสินใจได้