ผู้รับประโยชน์ก็คือ "ลูก","บุตรหลาน","ลูกบุญธรรม" แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในขณะที่ลูกยังเป็น "ผู้เยาว์" (อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์) หลายคนกังวลว่า เด็กจะรับเงินอย่างไร? แล้วผู้ปกครองจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ได้เลยไหม?

วันนี้สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของบริษัทประกันภัยมาให้เคลียร์ๆ แล้ว

แต่ถ้าหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นในขณะที่ลูกยังเป็น "ผู้เยาว์" (อายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์) หลายคนกังวลว่า เด็กจะรับเงินอย่างไร? แล้วผู้ปกครองจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้ได้เลยไหม?

วันนี้สรุปข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติของบริษัทประกันภัยมาให้เคลียร์ๆ แล้วนะ

"ลูก","บุตรหลาน","ลูกบุญธรรม" เป็น ผู้รับประโยชน์ 

โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการส่งต่อเงินให้ลูกในอนาคต แต่หากลูกยังเป็น ผู้เยาว์ (เด็ก) คำถามที่ตามมาคือ เด็กสามารถเป็นผู้รับประโยชน์ได้หรือไม่? ใครจะเป็นคนรับเงินแทน และเงินประกันชีวิตจะถูกจัดการอย่างไร?

FutureCareTH สรุปให้เข้าใจง่ายว่า การเป็นผู้เยาว์ไม่ได้ทำให้เด็กหมดสิทธิเป็นผู้รับประโยชน์ แต่การรับและจัดการเงินแทนเด็กอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติม จึงควรวางแผนตั้งแต่การทำกรมธรรม์

เด็กสามารถเป็นผู้รับประโยชน์ประกันชีวิตได้ไหม?

โดยหลัก สามารถระบุบุตรหรือเด็กเป็นผู้รับประโยชน์ได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์

แบบและข้อความกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ คปภ. เผยแพร่ระบุว่า ผู้เอาประกันภัยสามารถระบุผู้รับประโยชน์ได้ และเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต บริษัทจะจ่ายผลประโยชน์ตามข้อกำหนดของกรมธรรม์ให้แก่ผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้

ดังนั้น การที่ลูกยังเป็นเด็ก ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถระบุชื่อเป็นผู้รับประโยชน์ได้

แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “ใครจะเป็นผู้ดำเนินการรับและจัดการเงินแทนเด็ก”

หากผู้รับประโยชน์เป็นเด็ก เงินใครเป็นคนจัดการ?

เมื่อผู้รับประโยชน์เป็นผู้เยาว์ การดำเนินการเกี่ยวกับเงินหรือเอกสารต่าง ๆ อาจต้องดำเนินการผ่าน ผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครองตามกฎหมาย และเป็นไปตามขั้นตอนที่บริษัทประกันภัยกำหนด

จึงไม่ควรเข้าใจว่า พ่อหรือแม่สามารถนำเงินของเด็กไปใช้ได้ตามใจ เพียงเพราะเป็นผู้ปกครอง

หลักคิดสำคัญคือ เงินดังกล่าวเป็นสิทธิของผู้รับประโยชน์ที่เป็นเด็ก การจัดการเงินจึงควรคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นหลัก และในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากศาลหรือมีขั้นตอนเฉพาะ ควรดำเนินการให้ถูกต้อง

ตัวอย่าง

สมมติคุณพ่อทำประกันชีวิตทุน 2,000,000 บาท และระบุลูกอายุ 10 ปีเป็นผู้รับประโยชน์ 100%

หากคุณพ่อเสียชีวิต บริษัทจะพิจารณาจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ให้แก่ลูก แต่เนื่องจากลูกยังเป็นผู้เยาว์ การดำเนินการรับเงินและเอกสารจะต้องผ่านผู้มีอำนาจตามกฎหมายและขั้นตอนของบริษัท

ดังนั้น ก่อนทำประกันควรสอบถามบริษัทว่า กรณีผู้รับประโยชน์เป็นผู้เยาว์ ต้องใช้เอกสารอะไร ใครสามารถดำเนินการแทน และมีขั้นตอนเพิ่มเติมหรือไม่

ผู้รับประโยชน์เป็นเด็ก กับผู้รับประโยชน์เป็นผู้ใหญ่ ต่างกันอย่างไร?

ประเด็น ผู้รับประโยชน์เป็นผู้เยาว์ ผู้รับประโยชน์เป็นผู้ใหญ่
มีสิทธิรับเงินตามกรมธรรม์ ได้ตามเงื่อนไข ได้ตามเงื่อนไข
การดำเนินการรับเงิน อาจต้องมีผู้แทนโดยชอบธรรมดำเนินการ โดยทั่วไปดำเนินการด้วยตนเอง
การจัดการเงิน ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กและข้อจำกัดทางกฎหมาย เจ้าของสิทธิจัดการเงินของตนเอง
เอกสาร อาจมีเอกสารของเด็กและผู้แทนเพิ่มเติม ใช้เอกสารของผู้รับประโยชน์ตามที่บริษัทกำหนด

จึงเห็นได้ว่า สิทธิในการรับเงิน กับ ความสามารถในการจัดการเงินด้วยตนเอง เป็นคนละเรื่องกัน

ควรระบุผู้รับประโยชน์เป็นเด็กคนเดียวหรือหลายคน?

ไม่มีคำตอบเดียวที่เหมาะกับทุกครอบครัว

ระบุลูกคนเดียว 100%
เหมาะกับผู้ที่ต้องการส่งต่อผลประโยชน์ทั้งหมดให้ลูกคนเดียว แต่ควรพิจารณาล่วงหน้าว่า หากเด็กยังเล็ก การจัดการเงินจะดำเนินการอย่างไร

ระบุลูกหลายคน
สามารถวางแผนแบ่งสัดส่วน เช่น ลูกคนที่ 1 = 50% และลูกคนที่ 2 = 50% ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ระบุคู่สมรสและบุตรร่วมกัน
เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่บางครอบครัวเลือกใช้ โดยควรพิจารณาวัตถุประสงค์ของเงิน เช่น ค่าเลี้ยงดู การศึกษาบุตร หรือค่าใช้จ่ายของครอบครัว

FutureCareTH แนะนำว่าไม่ควรดูเพียงว่า “ใครได้รับเงินมากที่สุด” แต่ควรมองว่า “เงินก้อนนี้มีวัตถุประสงค์อะไร และใครควรเป็นผู้ได้รับประโยชน์เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น”


5 คำถามที่พบบ่อยเรื่องเด็กเป็นผู้รับประโยชน์ประกันชีวิต

1. ลูกอายุไม่ถึง 20 ปี เป็นผู้รับประโยชน์ประกันชีวิตได้ไหม?

โดยหลักสามารถระบุเด็กเป็นผู้รับประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ การเป็นผู้เยาว์ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสิทธิรับผลประโยชน์ แต่ขั้นตอนการรับและจัดการเงินจะต้องดำเนินการผ่านผู้มีอำนาจตามกฎหมายตามกรณี

2. ถ้าลูกเป็นผู้รับประโยชน์ ใครรับเงินแทนเด็ก?

โดยทั่วไปต้องพิจารณาว่าใครเป็น ผู้แทนโดยชอบธรรม และปฏิบัติตามขั้นตอนของบริษัทประกันภัย หากมีกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขออนุญาตศาล ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนนั้น ไม่ควรถือว่าพ่อหรือแม่มีสิทธินำเงินของเด็กไปใช้ได้โดยอัตโนมัติ

3. พ่อแม่สามารถใช้เงินประกันชีวิตที่ลูกได้รับแทนได้ไหม?

ควรแยก “การรับเงินแทนเด็ก” กับ “การนำเงินของเด็กไปใช้” ออกจากกัน การเป็นผู้ปกครองไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำทรัพย์สินของผู้เยาว์ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ได้ จึงควรตรวจสอบข้อจำกัดทางกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนใช้เงิน

4. ควรให้ลูกเป็นผู้รับประโยชน์ 100% หรือแบ่งให้คู่สมรสด้วย?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละครอบครัว หากต้องการเน้นเงินสำหรับอนาคตของลูก อาจให้น้ำหนักกับบุตรมากกว่า แต่หากต้องการให้คู่สมรสมีเงินสำหรับดูแลครอบครัวในช่วงเปลี่ยนผ่าน การแบ่งสัดส่วนระหว่างคู่สมรสกับบุตรก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

ไม่มีสูตรที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ควรเปรียบเทียบความต้องการ ภาระครอบครัว และวัตถุประสงค์ของเงินประกันก่อนกำหนดสัดส่วน

5. ถ้าลูกเป็นผู้รับประโยชน์หลายคน ต้องแบ่งเงินอย่างไร?

สามารถกำหนดสัดส่วนตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ลูกคนที่ 1 = 50% และลูกคนที่ 2 = 50% หรือกำหนดสัดส่วนอื่นที่รวมกันเป็น 100% ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อความในกรมธรรม์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีผู้รับประโยชน์รายใดเสียชีวิตก่อนผู้เอาประกันภัย เพราะกรมธรรม์มาตรฐานมีหลักเกณฑ์เฉพาะในการจัดสรรส่วนของผู้รับประโยชน์ที่เสียชีวิต


สรุป ผู้รับประโยชน์เป็นผู้เยาว์ เงินจะจัดการอย่างไร?

แนวทางปฏิบัติของบริษัทประกันภัยมาให้เคลียร์ๆ แล้วครับ ????

1. กฎหมายมองอย่างไร? ใครเป็นคนรับเงินแทนเด็ก?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เยาว์ยังไม่สามารถทำนิติกรรมหรือรับเงินจำนวนมากได้ด้วยตัวเอง

เมื่อเกิดเหตุต้องจ่ายเงินสินไหมมรณกรรม บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินให้กับ "ผู้ปกครองตามกฎหมาย" (บิดาหรือมารดาที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือผู้ใช้อำนาจปกครองตามสั่งศาล) เป็นผู้รับเงินไว้แทนผู้เยาว์ครับ

2. ข้อระวังสำคัญ! ผู้ปกครองจะนำเงินไปใช้ได้ตามใจชอบไหม?

แม้ผู้ปกครองจะเป็นคนรับเงินแทน แต่กฎหมายกำหนดหน้าที่ในการดูแลทรัพย์สินของผู้เยาว์ไว้อย่างเข้มงวด:

  • การใช้เพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์: เงินส่วนนี้ต้องถูกนำไปใช้เพื่อการดำรงชีพ การศึกษา หรือการรักษาพยาบาลของผู้เยาว์เท่านั้น

  • การนำไปลงทุน/ขาย/จำนอง: หากผู้ปกครองต้องการนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากเงินประกันของลูกไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ ขาย หรือจำนอง จะต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิของเด็ก

3. ถ้าอยากวางแผนให้รัดกุมยิ่งขึ้น ควรทำอย่างไร?

หากกังวลว่าบิดา/มารดา หรือผู้ปกครองอาจนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรืออยากให้ลูกได้ใช้เงินนี้จริง ๆ ตอนโต สามารถวางแผนเพิ่มเติมได้ดังนี้:

  1. ทำพินัยกรรมแต่งตั้ง "ผู้ปกครองทรัพย์สิน" แยกต่างหาก: ระบุชัดเจนในพินัยกรรมว่า ให้ใครเป็นผู้ดูแลเงินประกันก้อนนี้เพื่อผู้เยาว์จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ

  2. ใช้เครื่องมือการเงินอื่นๆ ร่วมด้วย: เช่น การทำประกันชีวิตแบบให้ผลประโยชน์ทยอยจ่ายเป็นทุนการศึกษา หรือวางแผนมอบหมายให้กองทุน/พินัยกรรมการเงินเป็นผู้จัดการ

FutureCareสรุปสั้นๆ ให้จำง่าย "ใส่ชื่อลูกที่เป็นผู้เยาว์เป็นผู้รับประโยชน์ได้ไม่มีปัญหา! หากเกิดเหตุขึ้น ผู้ปกครองตามกฎหมายจะเป็นคนรับเงินแทนเพื่อนำมาใช้ดูแลและส่งเสียเด็ก และเงินส่วนนี้จะตกเป็นของลูกอย่างสมบูรณ์เมื่อบรรลุนิติภาวะครับ"

วางแผนส่งต่อความรักและความมั่นคงให้ลูกตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้เขาเติบโตอย่างมั่นใจในทุกช่วงชีวิตนะครับ